เนชั่นทีวี

ข่าว

"อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ปัดเงินชมรมเอี่ยวเว็บพนันมวย

03 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ปัดเงินชมรมเอี่ยวเว็บพนันมวย

"อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันเงินชมรมฯ ไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย อ้างแจงรายละเอียดได้ทุกอย่าง ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ดูกันเอาเอง

"อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันเงินชมรมฯ ไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย อ้างแจงรายละเอียดได้ทุกอย่าง ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ดูกันเอาเอง

KEY

POINTS

  • บุกจับประธานชมรมฯ ดัง: ตำรวจไซเบอร์จับกุม "อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" บริเวณสนามมวยอ้อมน้อย ตามหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นพนันมวย
  • พบเส้นเงินโยงเว็บพนัน 40 ล้าน: ตร. ขยายผลคดีพนันมวยเงินหมุนเวียนพันล้าน พบเงิน 40 ล้านบาทโอนเข้าเว็บพนัน 212 ครั้ง และบัญชีชมรมฯ มีเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท
  • "อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา: ยืนยันบัญชีชมรมฯ เปิดมา 12 ปี แยกชัดเจนจากบัญชีส่วนตัว พร้อมแจงได้ทุกประเด็น ขณะที่ตำรวจยันทำตามพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

3 ตุลาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์รวบตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน และพนันมวย ย่านสนามมวยอ้อมน้อย การจับกุมสืบเนื่องจากการขยายผลคดี เว็บพนันมวย 1,000 ล้านบาท ที่พบเส้นทางการเงินโยง ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม 40 ล้านบาท รวม 212 ครั้ง เบื้องต้น นายอัจฉริยะ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันบัญชีชมรมเปิดมา 12 ปี ไม่เกี่ยวกับบัญชีส่วนตัว ขณะที่ตำรวจยันมีพยานหลักฐานแน่น เตรียมสอบเข้ม

 

ความคืบหน้าภายหลังจากที่ตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าบุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ , ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ ที่บริเวณร้านอาหารใกล้สนามมวยอ้อมน้อย ก่อนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ 1 คุมตัวไปทำบันทึกที่ สภ.อ้อมน้อย และคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

 

ต่อมา เวลา 15.00 น. ตำรวจไซเบอร์ได้คุมตัวนายอัจฉริยะ มายังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อทำการสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 เป็นเจ้าของคดี

 

ระหว่างคุมตัวเดินเข้าห้องสอบอยู่นั้น นายอัจฉริยะเปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า เงินบัญชีชมรมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้หมด ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ทุกคนไปคิดกันเอาเอง เนื่องจากถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ (2 ต.ค.) และบัญชีชมรมได้เปิดบัญชีมาแล้ว 12 ปี ซึ่งมันคนละอย่างกันกับบัญชีส่วนตัว

"อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ปัดเงินชมรมเอี่ยวเว็บพนันมวย

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวย ที่มีเงินหมุนเวียนถึง 1 พันล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมีนาคมในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ในเส้นเงินดังกล่าวมีเงินจำนวน 40 ล้านบาท เข้าไปเกี่ยวโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จะเป็นที่มาของการออกไปจับนายอัจฉริยะในครั้งนี้

 

เบื้องต้นแม้เจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐาน และผู้เสียหายที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหายได้ระบุเจตจำนงอย่างชัดเจนว่า เงินดังกล่าวจะต้องไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม 

 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

.

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่ามีเงินหมุนเวียน ประมาณ 168 ล้านบาท และมีเงินหลาย 10 ล้านบาทที่เข้าไปเชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง ตามที่ตัวผู้ต้องหานั้นได้กล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

 

ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะพบว่า มีเงินที่อยู่ในบัญชีถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางเส้นเงินไปถึงชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะ มีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

ข่าวล่าสุด