เนชั่นทีวี

ข่าว

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท

01 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท ให้ "ผู้ว่าฯ-อปท." ใช้ภาษาเข้าใจง่ายสื่อสารชาวบ้าน

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท ให้ "ผู้ว่าฯ-อปท." ใช้ภาษาเข้าใจง่ายสื่อสารชาวบ้าน

KEY

POINTS

  • รุกประกันภัยพิบัติ: เริ่ม 1 ต.ค. นี้ รัฐเดินหน้าคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ   
  • ชดเชยสูงสุด 1 แสน: ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท   
  • น้ำท่วมค้างคา: นายกฯ เผยต้องใช้เกณฑ์ ปภ. เดิม ส่วนเคสใหม่ใช้ระบบประกันภัยตัวใหม่   
     

1 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมผ่านคอนเฟอเรนซ์ด่วน กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล ในพื้นที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์และมอบนโยบายการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ถึงโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (1 ต.ค. 69)   

 

โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ออกโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการดูแลและคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ รัฐบาลตระหนักดีว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องเตรียมความพร้อม และสร้างระบบหลักประกันที่สามารถรองรับความเสียหายไว้ล่วงหน้า รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวสำหรับประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อเพิ่มกลไกในการดูแลประชาชน โดยภาครัฐเป็นผู้จัดทำประกันภัยให้กับประชาชน เพื่อให้มีหลักประกันรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ   

 

🔵เปิดรายละเอียดวงเงินคุ้มครอง 3 ภัยธรรมชาติ   

 

สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิต และกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ดังนี้   

  • 1. อุทกภัย: ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 90,000 บาท
  • 2. วาตภัย: ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท   
  • 3. แผ่นดินไหว: ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท

 

ส่วนกรณีเกิดภัยน้ำล้อมที่อยู่อาศัยจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน

กรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง จะได้รับผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคน โดยเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน   

 

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท

 

🔵ปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการภัยพิบัติสู่ระบบล่วงหน้า  

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดความเสียหาย ไปสู่การจัดการความเสี่ยงและการเตรียมหลักประกันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ประชาชนจะมีสิทธิได้รับความคุ้มครองที่ชัดเจน สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบ สนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว   

 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน โครงการนี้เป็นการนำกลไกของระบบประกันภัย และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายความเสี่ยง ช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติ และบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลที่มีตนเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มุ่งหวังว่าการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชนจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยให้การเยียวยา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ชัดเจน และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิตให้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที   

“ในนามรัฐบาล ผม และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มีความยินดีที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันสำคัญในการรองรับความเสียหาย และเป็นอีกก้าวหนึ่งของการยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหาย ไปสู่การเตรียมความพร้อม และบริหารความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ จึงขอให้ทุกคน โดยเฉพาะ ผวจ. นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ เพื่อแจ้งสิทธิให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และสามารถเข้าถึงสิทธิ และประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่” นายกฯ กล่าว   

 

"นายกฯ" ยัน "ประกันภัยพิบัติ" เริ่ม 1 ต.ค.นี้ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมเหตุ "น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว" จ่ายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท

🔵ย้ำ ผวจ.-นายอำเภอ ต้องเข้าใจเงื่อนไข ชี้แจงชาวบ้านง่ายขึ้น   

 

นายกฯ ยังกล่าวย้ำว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนลดความกังวลว่า เมื่อเกิดเหตุใดก็ตามประชาชนจะได้รับการบรรเทาความเสียหาย โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำความคุ้มครองในระดับครัวเรือนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ประมาณ 30 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนที่ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ขอให้ ผวจ. และนายอำเภอศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้เข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสามารถนำไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ว่าหากประสบภัยน้ำท่วมในระดับใด จะได้รับความคุ้มครองเท่าใด หรือหากบ้านเรือนได้รับความเสียหายจะได้รับเงินช่วยเหลือสำหรับการซ่อมแซมเป็นจำนวนเท่าใด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากเกิดภัยพิบัติขึ้น ภาครัฐ โดยกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และแจ้งให้ประชาชนทราบถึงสิทธิในการเข้าถึงเงินประกันภัย

“ผมยืนยันว่า จะดำเนินการให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง และไม่ตกหล่นแน่นอน พร้อมย้ำว่า กรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองปีต่อปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 1 ต.ค. 2570 แต่ไม่ได้ทำแค่ปีเดียว แต่จะทำปีต่อปี จึงขอให้ทุกคนสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ว่าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยพิบัติและเข้าถึงการชดเชยได้อย่างรวดเร็ว” นายกฯ กล่าว

 

🔵แจงปมน้ำท่วมค้างคา - ปัดตอบคำถามการเมืองสภา

 

เมื่อถามว่าหากประสบปัญหาน้ำท่วมค้างคามาจนถึงวันนี้ จะเข้าข่ายหลักเกณฑ์ไหน นายกฯ กล่าวว่า จะต้องนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่หากวันพรุ่งนี้มีเหตุน้ำท่วม ก็จะอยู่ภายใต้ประกันภัยพิบัติใหม่ ซึ่งดีกว่าเพราะครอบคลุมเป็นเคส และเป็นครั้งๆ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมาย ปภ. กำหนด โดยเรื่องนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ให้รายละเอียด

ส่วนกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ถามหา นายกฯ ให้มาตอบกระทู้การแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่สภา นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยโบกมือและกล่าวว่า “ไม่เอาแล้ว ไปแล้ว”

 

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนจะลงลิฟต์เพื่อเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโรงงานและศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมอารยะ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ 


 

ข่าวล่าสุด