โฆษกรัฐบาล ย้ำว่า การนำระบบประกันภัยมาใช้ เป็นแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แตกต่างจากแนวทางเดิมที่ต้องพิจารณารูปแบบของภัยพิบัติ และกำหนดมาตรการเยียวยาเป็นรายกรณีเมื่อเกิดเหตุขึ้น โดยระบบประกันภัย จะช่วยให้การชดเชยความเสียหายเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และลดภาระของรัฐบาลในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเยียวยาในแต่ละครั้ง ซึ่งต่อไปความเสี่ยงทั้งหมด จะถูกโยนไปให้บริษัทประกันภัยทั้งหมด และบริษัทประกันฯ ก็จะเข้ามาเยียวยาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ คปภ. อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้าย กับบริษัทประกันภัย โดยรัฐบาลเสนอวงเงินความคุ้มครองไว้ที่ 75,000 ล้านบาท หลังจากบริษัทประกันภัย เสนอวงเงินคุ้มครองเบื้องต้นในระดับที่ต่ำกว่า โดยคาดว่า จะได้ข้อสรุปภายใต้กรอบการเจรจาที่วางไว้ และสามารถลงนามให้มีผลบังคับใช้ได้ตามกำหนดวันที่ 1 ต.ค. 69 นี้
สำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่สามารถนำความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยที่กำลังจัดทำมาใช้ย้อนหลังได้ เนื่องจากหลักการของการประกันภัย จะเริ่มให้ความคุ้มครองตามวันที่ และเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา เช่นเดียวกับการทำประกันชีวิต หรือประกันรถยนต์ ซึ่งไม่สามารถซื้อประกันภายหลังเกิดเหตุ และขอรับความคุ้มครองย้อนหลังได้ โฆษกรัฐบาล กล่าวย้ำ