อย่างไรก็ดี ข้อกล่าวหานี้ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากเอกสารการถือหุ้น สัญญาว่าจ้าง และคำชี้แจงจากการบินไทย รวมถึงบริษัทที่ถูกกล่าวถึง
ปัญหายิ่งรุนแรงขึ้นในช่วงวิกฤตน้ำท่วม เมื่อแรงงานจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ แต่แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทรับเหมาช่วงบางรายมีค่าตอบแทนและสวัสดิการไม่จูงใจเพียงพอให้พนักงานฝ่าวิกฤตกลับเข้ามาทำงาน
ขณะที่สายการบินอื่นซึ่งใช้บริการแรงงานหรือผู้ให้บริการกลุ่มเดียวกัน เสนอค่าตอบแทนในช่วงวิกฤตสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า เพื่อรักษากำลังคนสำหรับงานคัดแยกสัมภาระและบริการภาคพื้น
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า เมื่อค่าตอบแทนจากสายการบินอื่นสูงกว่า ทำให้ “บริษัทรับช่วง” บางรายได้โยกกำลังคนออกจากงานของการบินไทยไปให้บริการสายการบินอื่นหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริง เหตุใดการบินไทยจึงไม่มีมาตรการหรือเงื่อนไขในสัญญาที่สามารถรักษากำลังคนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือปัญหาสัมภาระผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก และเที่ยวบินหลายเที่ยวเกิดความล่าช้า กระทบโดยตรงต่อผู้โดยสารและภาพลักษณ์ของสายการบินแห่งชาติ
ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ทำไมกระเป๋าถึงตกค้าง?” แต่ต้องย้อนกลับไปดูทั้งระบบว่า...
- - ใครเป็นผู้รับงานที่ถูกเอาต์ซอร์สออกจากการบินไทย ? (บริษัทรับช่วงงานต่อ)
- - ใครเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นตัวจริง ?
- - มีความเชื่อมโยงกับผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องกับการบินไทยหรือไม่ ?
- - แต่ละบริษัทได้รับงานมูลค่าเท่าใด ?
- - ในวันที่เกิดวิกฤต เหตุใดระบบที่การบินไทยจ่ายเงินว่าจ้างไว้จึงไม่สามารถรองรับสถานการณ์ได้ ?