เนชั่นทีวี

ข่าว

ครม.ขยาย พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ชายแดนใต้ 19 อำเภอ ต่อ 1 ปี ถึงปี 2570

29 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ครม.ขยาย พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ชายแดนใต้ 19 อำเภอ ต่อ 1 ปี ถึงปี 2570

ครม.มีมติขยายเวลาประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 19 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 1 ปี จนถึง 30 ก.ย. 2570 คุมเข้มความปลอดภัยควบคู่ลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ครม.มีมติขยายเวลาประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 19 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 1 ปี จนถึง 30 ก.ย. 2570 คุมเข้มความปลอดภัยควบคู่ลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

KEY

POINTS

  • ขยายเวลา 1 ปี: ครม. อนุมัติขยายประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ 19 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนใต้ (ครั้งที่ 22) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 – 30 ก.ย. 70
  • เสียงตอบรับในพื้นที่สูง: ผลประเมิน กอ.รมน. พบผู้ก่อเหตุยังพยายามเคลื่อนไหว ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ 75.40% หนุนให้คงกฎหมายเพื่อดูแลความปลอดภัย
  • เน้นคืนพื้นที่สู่กลไกปกติ: มุ่งลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมใช้มาตรา 21 เปิดช่องผู้กระทำผิดเพราะหลงผิดเข้ามอบตัวและอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา

30 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 19 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 22) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2570 หลัง กอ.รมน. ประเมินพบกลุ่มผู้ก่อเหตุ ยังมีความพยายามสร้างสถานการณ์และกระทบต่อเป้าหมายอ่อนแอ รัฐบาลมุ่งรักษา ความมั่นคง และความปลอดภัยประชาชน ควบคู่การทยอยลด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้มาตรา 21 เปิดโอกาสผู้หลงผิดกลับใจคืนสู่สังคม

 

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการประเมินสถานการณ์ และอนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 19 อำเภอ 4 จังหวัด ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่และการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

 

พื้นที่ทั้ง 19 อำเภอ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดปัตตานี 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน จังหวัดยะลา 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง และจังหวัดสงขลา 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายระยะเวลาครั้งนี้เป็นการคงพื้นที่เดิมทั้ง 19 อำเภอ ภายหลังเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติปรับอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจากพื้นที่ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทำให้จากเดิม 20 อำเภอ เหลือ 19 อำเภอ โดยการขยายครั้งนี้นับเป็นการขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ดังกล่าวครั้งที่ 22

 

จากการประเมินของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พบว่า แม้การบูรณาการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่และการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการจะทำให้การก่อเหตุทำได้ยากขึ้น แต่ยังมีความเคลื่อนไหวและความพยายามสร้างสถานการณ์ในบางพื้นที่ รวมถึงยังมีความเสี่ยงต่อเป้าหมายที่มีการระวังป้องกันต่ำ จึงยังมีความจำเป็นต้องคงมาตรการตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลการประเมินความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พบว่า ความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 75.40 ขณะที่ร้อยละ 70.36 ไม่ต้องการให้ยกเลิกการประกาศใช้ และร้อยละ 29.64 ต้องการให้ยกเลิก

 

คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบร่างประกาศและร่างข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการตามมาตรา 21 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่กระทำความผิดเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกลับใจเข้ามอบตัว สามารถเข้าสู่กระบวนการอบรมตามคำสั่งศาลและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดแทนการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้กลับคืนสู่สังคมและสนับสนุนการสร้างสันติสุขในพื้นที่

 

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ดังกล่าว เป็นมาตรการสำหรับพื้นที่ที่ยังมีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคง แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลมีนโยบายปรับลดพื้นที่การใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อย่างต่อเนื่อง และนำมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับระดับสถานการณ์มาใช้ทดแทน เพื่อทยอยคืนพื้นที่เข้าสู่การบริหารภายใต้กลไกปกติ

“รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางกฎหมายเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เป้าหมายคือการลดระดับมาตรการด้านความมั่นคงและคืนพื้นที่เข้าสู่กลไกปกติเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย พร้อมเดินหน้าสร้างสันติสุขและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวล่าสุด