ทั้งนี้ ผลการประเมินความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พบว่า ความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 75.40 ขณะที่ร้อยละ 70.36 ไม่ต้องการให้ยกเลิกการประกาศใช้ และร้อยละ 29.64 ต้องการให้ยกเลิก
คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบร่างประกาศและร่างข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการตามมาตรา 21 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่กระทำความผิดเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกลับใจเข้ามอบตัว สามารถเข้าสู่กระบวนการอบรมตามคำสั่งศาลและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดแทนการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้กลับคืนสู่สังคมและสนับสนุนการสร้างสันติสุขในพื้นที่
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ดังกล่าว เป็นมาตรการสำหรับพื้นที่ที่ยังมีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคง แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลมีนโยบายปรับลดพื้นที่การใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อย่างต่อเนื่อง และนำมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับระดับสถานการณ์มาใช้ทดแทน เพื่อทยอยคืนพื้นที่เข้าสู่การบริหารภายใต้กลไกปกติ
“รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางกฎหมายเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เป้าหมายคือการลดระดับมาตรการด้านความมั่นคงและคืนพื้นที่เข้าสู่กลไกปกติเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย พร้อมเดินหน้าสร้างสันติสุขและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” นางสาวลลิดา กล่าว