จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้รายงานสถานการณ์ว่า ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วถูกน้ำท่วม 7 อำเภอ มี 2 อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้อยู่ระหว่างลำเลียงกลุ่มเปราะบางมายังศูนย์พักพิง และลำเลียงผู้ป่วยติดเตียง ไปยังโรงพยาบาล
ด้านนายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ. กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนัก ตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และนครสวรรค์ ส่วนภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง และชลบุรี ภาคกลางเน้นย้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ส่วนภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์
ส่วนภาคกลาง ต้องมีการเฝ้าระวัง เนื่องจากสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ ปล่อยน้ำเกินในปริมาณ 1,900 ลบ. ต่อวินาที ฉะนั้นพื้นที่ 10 จังหวัดที่เคยเตือนภัยไปแล้ว ต้องเฝ้าระวังและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ในส่วนของฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งในวันที่ 26 และ 27 กันยายน ยังคงมีฝนตก และวันที่ 28 -29 กันยายน จะเริ่มเบาบางลง ส่วนวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น
โดยปัจจุบันมีการแจ้งเตือน แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1 ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มแม่น้ำท่าจีน ได้ส่งข้อความผ่านเซลล์บอทแคส ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี ให้มีการเฝ้าระวัง ส่วนที่ 2 เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน โดยในวันนี้ในช่วงเช้า ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี และในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีการแจ้งเตือนในช่วงเวลา 09.26 น. ขณะที่ปัญหาน้ำหลากในจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และตราด ยังต้องมีการเฝ้าระวัง แม้จะมีการแจ้งเตือนหลายครั้งแล้วแต่ต้องติดตามสถานการณ์และประสานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิรัตน์ และนายธีระพัฒน์ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่ ปภ. เนื่องจากอยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์