เนชั่นทีวี

ข่าว

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน

26 ก.ย. 2569 | prisana_tha

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเรียกประชุมรับมือพรุ่งนี้ (27 ก.ย.69)หลังลงเครื่อง

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเรียกประชุมรับมือพรุ่งนี้ (27 ก.ย.69)หลังลงเครื่อง

KEY

POINTS

  • นายกฯกำชับ 21 จังหวัด เร่งรับมือน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ต้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ช่วยเหลือประชาชน และดูแลจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
  • เร่งช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน พร้อมเตรียมเครื่องจักรและแผนเผชิญเหตุ ขณะที่ จ.สระแก้ว น้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ อยู่ระหว่างลำเลียงผู้ประสบภัยเข้าสู่ศูนย์พักพิง
  • เตือนฝนหนัก 26-27 ก.ย. หลายพื้นที่ยังเสี่ยงน้ำท่วม โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา-ท่าจีน หลังสถานี C.2 นครสวรรค์ระบายน้ำเกิน 1,900 ลบ.ม./วินาที ก่อนฝนเริ่มเบาลง 28-29 ก.ย. และสถานการณ์ดีขึ้น 30 ก.ย.-1 ต.ค.

26 กันยายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team หรือ SAT)ฝนตกและน้ำท่วม เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ.  ร่วมกับ ปภ.จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด 21 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง

 

โดยนายนิรัตน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างานและข้าราชการทุกคน ที่เหนื่อยและอดหลับอดนอนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ติดตามและสั่งการตลอด พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด 21 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ออกไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย รวมถึงต้องไปดูในพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง และให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระจายข่าวให้ประชาชนได้รับรู้ว่ารัฐบาลสนับสนุนคนมหาดไทยทีมผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่ทำงานให้ประชาชน

ทั้งนี้ ปภ.จังหวัดทุกจังหวัด ต้องอัปเดทสถานการณ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรู้ความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งจุดเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง ว่ามีปริมาณน้ำคงเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ผู้ว่าฯ ต้องรู้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง นอกจากนี้ต้องจัดลำดับกลุ่มเป้าหมายอย่างเร่งด่วน เน้นช่วยชีวิตก่อน โดยเฉพาะกลุ่มติดเตียงกลุ่มเปราะบางต้องช่วยออกมาก่อน หลังช่วยแล้วต้องรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ และลดความเสี่ยงในแต่ละจุด เรามีแผนที่เคยฝึกซ้อมกันมาแล้ว ต้องนำออกมาใช้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรกและรวดเร็วที่สุด หากติดขัดจะต้องแจ้งมายังปภ.

 

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน

 

ด้านนายธีระพัฒน์ กล่าวว่า ได้มีการประชุมในพื้นที่เขตต่างๆ เพื่อนำเครื่องจักรไปเตรียมความพร้อมไว้ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่ต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องช่วยดูแลในเรื่องของเฟคนิวส์ ว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างไรและชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน โดยในวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ที่ ปภ. จึงขอให้ปภ. ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องรายงานสถานการณ์ต่อผู้ว่าฯ เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุม

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้รายงานสถานการณ์ว่า ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วถูกน้ำท่วม 7 อำเภอ มี 2 อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้อยู่ระหว่างลำเลียงกลุ่มเปราะบางมายังศูนย์พักพิง และลำเลียงผู้ป่วยติดเตียง ไปยังโรงพยาบาล

 

ด้านนายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ. กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนัก ตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และนครสวรรค์ ส่วนภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง และชลบุรี  ภาคกลางเน้นย้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ส่วนภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์

 

"นายกฯ" สั่งผู้ว่าฯ 21 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือประชาชน

 

ส่วนภาคกลาง ต้องมีการเฝ้าระวัง เนื่องจากสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ ปล่อยน้ำเกินในปริมาณ 1,900 ลบ. ต่อวินาที ฉะนั้นพื้นที่ 10 จังหวัดที่เคยเตือนภัยไปแล้ว ต้องเฝ้าระวังและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ในส่วนของฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งในวันที่ 26 และ 27 กันยายน ยังคงมีฝนตก และวันที่ 28 -29 กันยายน จะเริ่มเบาบางลง ส่วนวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น

 

โดยปัจจุบันมีการแจ้งเตือน แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1 ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มแม่น้ำท่าจีน ได้ส่งข้อความผ่านเซลล์บอทแคส ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี ให้มีการเฝ้าระวัง ส่วนที่ 2 เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน โดยในวันนี้ในช่วงเช้า ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี และในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีการแจ้งเตือนในช่วงเวลา 09.26 น. ขณะที่ปัญหาน้ำหลากในจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และตราด ยังต้องมีการเฝ้าระวัง แม้จะมีการแจ้งเตือนหลายครั้งแล้วแต่ต้องติดตามสถานการณ์และประสานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิรัตน์ และนายธีระพัฒน์ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่ ปภ. เนื่องจากอยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์

ข่าวล่าสุด