ทนายตั้มกล่าวต่อว่า กัน จอมพลัง นอกจากจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาเล่นเว็บ เท่าที่ตัวเองทราบ กัน จอมพลัง เป็นตัวตั้งต้นที่จะทำเว็บในลักษณะนี้และต้องการเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่จัดหาสาวสวยทั้งชาวไต้หวันและฮ่องกงเข้ามามีส่วนร่วมในเว็บและเปิดให้คนได้ส่งของขวัญไปให้สาว ๆ เหล่านี้ด้วย
สำหรับข้อมูลของเว็บพนันตัวเองเชื่อว่า มีแบ่งแยกออกอีกหลายเว็บไซต์ ซึ่งจากนี้จะทยอยออกมาเปิดเรื่อย ๆ รวมถึงเส้นเงินที่เกาะติดก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีประมาณ 200 ล้านบาท แต่ล่าสุดพบว่าทะลุกราฟ ซึ่งหลังจากนี้จะโพสต์เปิดข้อมูลตัวเลขอีกครั้ง
ทนายตั้มบอกว่า ตอนนี้กัน จอมพลัง หายออกไปจากเพจ 48 ชั่วโมง แต่ประเด็นข้อสงสัยก็ยังมีต่อเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต เรื่องระดมทุนมูลนิธิ และเว็บพนัน ซึ่งอยากให้ออกมาชี้แจงว่า เป็นคนทำจริงหรือไม่ และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงเงียบหายไปตั้งแต่ตนเองเปิดเผยข้อมูลของกัน จอมพลัง ตั้งแต่วันแรก ที่เกี่ยวกับการเคลียร์เว็บพนันออนไลน์
สำหรับบุคคลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบมีอยู่ทั้งหมด 5 คน คือ กัน จอมพลัง ต่อมาคือภรรยาและพ่อแม่ของ กัน จอมพลัง เพราะมีสายข่าวบอกว่า มีเส้นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวโยงกับคนกลุ่มนี้ นอกจากนั้นยังมีข้อสงสัยเรื่องของบ้านในโครงการหรูที่ตกแต่งหลายร้อยล้าน ว่านำเงินเว็บพนันมาซื้อหรือไม่ รวมถึงรถลัมโบร์กินีด้วย
ส่วนอีกสองคนที่อยากให้ตรวจสอบคนแรกชื่อว่านายกระเทียม บุคคลนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสีรถ แต่มีเงินซื้อบ้านหลัก 10-100 ล้านบาทได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับกัน จอมพลัง และคนสุดท้าย คือ อีฟ อดีตประธานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาร้องเรียน กัน จอมพลัง ครั้งนี้อีกฝั่งหนึ่งมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยใช้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ ทนายตั้มยืนยันว่า ถ้า กัน จอมพลัง เป็นคนดีจริงเป็นทองจริง อย่างไรก็กลั่นแกล้งกันไม่ได้ และมองว่าถ้าเป็นคนดีจริงป่านนี้คงจะออกมาตอบโต้อะไรบ้างแล้ว แต่ตอนนี้กลับเลือกใช้วิธีเงียบ พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่ใช่การกลั่นแกล้งหากเป็นการกลั่นแกล้งจริงท้ายที่สุดตัวเองก็คงอาจจะถูกดำเนินคดีกลับก็ได้