ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกถึงความคืบหน้าการขยายผลคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังตำรวจดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จำนวน 2 ราย ด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานจากการตรวจค้นบ้านพักและคอนโด พบเอกสารสำคัญทางคดีจำนวนหนึ่ง โดยอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม
และขณะนี้คดีในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจากเดิม 1 คดี ขยายเป็น 5 คดีแล้ว และหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
ซึ่งการทำงานร่วมกับ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. จากนี้ หากพยานหลักฐานไปถึงบุคคลใด ก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมเป็นคดีที่ 6 ที่ 7 หรือ 8 โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเกี่ยวพันกับบุคคลระดับใด
ส่วนกรณีเงินจำนวน 55 ล้านบาท พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ต้องติดตามว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ และเอกสารต่าง ๆ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปถึงต้นสายของขบวนการ
พร้อมย้ำว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด หรือพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในระดับใด ตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการสืบสวนจะดำเนินไปตามพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่า เชื่อมโยงไปถึงนายพิชิตหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกัน ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่หรือไม่นั้น ต้องเดินตามพยานหลักฐาน หากพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่ยึดได้ ทั้งจากโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ และเอกสารต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบในการดำเนินคดี พร้อมยืนยันขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการทุกขั้นตอนเพื่อไปให้ถึงต้นตอของเรื่องนี้ โดยตรวจสอบในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน เอกสาร และการสอบสวน
ทั้งนี้ เส้นเงิน 55 ล้านบาท เป็นเพียงต้นสายของ "ผู้ใหญ่เฮง" แต่ยังมีการแตกสาขาไปยังกลุ่มอื่นอีกซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล
เมื่อถามอีกว่า หลักฐานที่ "ผู้ใหญ่เฮง" นำมามอบให้ นอกจากจะโยงไปถึง 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอแล้ว ยังสาวไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ขอสงวนไว้ก่อน
ด้าน เลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับ บก.ปปป. แถลงผลการยึดทรัพย์ในคดีดังกล่าว พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ป.ป.ท. ดำเนินการอย่างเด็ดขาดในการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตโกงข้อสอบ โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยการจับกุมผู้เกี่ยวข้องในวันนี้ เป็นเพียงปฐมบทของการดำเนินคดี เนื่องจากยังมีบุคคลที่ต้องขยายผลและดำเนินการอีกจำนวนมาก หลังจากนี้ ป.ป.ท. จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะนี้ขึ้นอีก และที่ผ่านมาอาจให้ความสำคัญกับการปราบปรามมากกว่าการป้องกัน โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมกับการทุจริต ดังนั้น ป.ป.ท. จะเข้าไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเด็ดขาด
พร้อมย้ำว่า การแก้ปัญหาเรื่องทุจริตโกงข้อสอบจะไม่มองว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันวางมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการขีดเส้นใต้ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ทั้งนี้ การดำเนินการหลังจากนี้จะเน้นความรวดเร็ว โปร่งใส และขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด