มีคำวินิจฉัยสรุปได้ว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทราบอยู่แล้วว่า หากมีการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำซึ่งเป็นปลาต่างถิ่นเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการวิจัยตามคำขอ
อาจจะส่งผลกระทบต่อพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของประเทศไทย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่านับตั้งแต่มีการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามใบอนุญาต ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยอธิบดีกรมประมง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ไม่เคยมีการดำเนินการควบคุม ตรวจสอบการศึกษาวิจัยกรณีการนำเข้าปลาสายพันธุ์ดังกล่าวของผู้ร้องสอดเลยว่าได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการนำเข้าปลาสายพันธุ์ดังกล่าวหรือไม่ กรณีจึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้นกำหนด เมื่อต่อมาได้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในช่วงปี พ.ศ. 2555- 2559
ซึ่งไม่ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการกระทำของผู้ร้องสอดหรือไม่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2558
และแม้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้จัดทำมาตรการในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำหลายมาตรการ โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 และได้ดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำมาโดยตลอด
จนกระทั่งสามารถทำให้แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงความชุกชุมของปลาหมอสีคางดำตามกลุ่มแหล่งน้ำมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มแหล่งน้ำ แต่โดยที่ผลสำเร็จจากมาตรการเร่งด่วนดังกล่าวถือเป็นเพียงความสำเร็จในเบื้องต้นเท่านั้น ตราบใดที่มาตรการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างครบถ้วนและปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำยังไม่หมดสิ้นไปหรืออยู่ในสถานการณ์ที่เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ
🔵 กรมประมง-อธิบดี ยังมี “หน้าที่” แก้ปัญหา ผู้ว่าฯแม่กลอง ละเลย
กรณีต้องถือว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ยังคงมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำตามอำนาจหน้าที่ตามที่ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 กำหนดให้ต้องปฏิบัติต่อไป
สำหรับกรณีการประกาศให้พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ฟ้องคดีทั้ง 54 นั้น
เห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ทราบถึงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำตามหนังสือตอบข้อหารือของอธิบดีกรมบัญชีกลาง และได้มีหนังสือขอความร่วมมือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
ประกอบกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีหนังสือแจ้งหลักเกณฑ์และแนวทางการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามมติคณะทำงานพิจารณากรอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับประกอบการพิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว
แต่ไม่ปรากฏว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามได้ดำเนินการออกประกาศให้จังหวัดสมุทรสงคราม ในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือผู้ฟ้องคดีทั้ง 54 และประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด
กรณีจึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
🔵 พิสูจน์ไม่ได้ ใครเป็นต้นตอการแพร่ระบาด “ปลาหมอคางดำ”
สำหรับกรณีผู้ฟ้องคดีทั้ง 54 ฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 18 พิจารณาดำเนินการเรียกร้องให้ผู้ร้องสอดและผู้เกี่ยวข้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐอันเกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ
เห็นว่า การพิจารณาดำเนินการดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่จึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีในส่วนนี้ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
จึงพิพากษา ดังนี้
1. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามที่พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 กำหนดให้ต้องปฏิบัติ ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่การแพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 และมาตรการอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อไป โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6) ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดังกล่าวบรรลุผล โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 17) พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามพิจารณาออกประกาศให้จังหวัดสมุทรสงครามในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ฟ้องคดีทั้ง 54 เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำตามหลักเกณฑ์และแนวทางการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ต่อไป โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 16 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 18
คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โดยสามารถอ่านคำพิพากษาศาลปกครองฉบับเต็มได้ตามลิงก์
https://dg.th/4t1qowgcvs