โดยผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐปราบปราม ฟื้นฟู และกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศภัยพิบัติเพื่อนำเงินมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือไล่เบี้ยจากบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันนี้ มีกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” พร้อมตัวแทนประชาชนจากจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง โดยในขณะนี้ชาวบ้านอยู่ระหว่างรอรับฟังการอ่านคำพิพากษาจากศาลปกครอง
ล่าสุด ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งว่ามีการปล่อยปละละเลยให้ "ปลาหมอคางดำ" ระบาด สั่งให้ กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการปราบปราม ฟื้นฟู และกำจัด "ปลาหมอคางดำ" อย่างเป็นรูปธรรมใน 180 วันต่อไป และพิพากษาให้ยกฟ้องบางหน่วยงาน
พร้อมสั่งให้ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย" ไปดำเนินการสั่งการ ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประกาศเป็น "เขตจังหวัดภัยพิบัติ" ในส่วนพื้นที่อื่นๆ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่นั้นจึงไม่ได้มีคำพิพากษาในส่วนนี้
ในส่วนข้อเรียกร้องขอให้ทาง "บริษัทที่นำเข้าปลาหมอคางดำ" ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ ศาลไม่ได้พิพากษาในส่วนนี้
โดย ทีมทนาย กล่าวว่า ศาลปกครอง ระบุว่า "บริษัทเอกชน" มีการขอ นำเข้า เเต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การแพร่ระบาดใครเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น
ในส่วนคดีแบบกลุ่มที่อยู่ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 14 กันยายน ว่าจะรับดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่