เนชั่นทีวี

ข่าว

"ณัฐวุฒิ" ยื่น ผบ.ตร. เอาผิด “สมชัย” ปมรับบริจาค อ้างภาพผลักหน้า สน.ทองหล่อ เป็น AI ตัดต่อ

07 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

"ณัฐวุฒิ" ยื่น ผบ.ตร. เอาผิด “สมชัย” ปมรับบริจาค อ้างภาพผลักหน้า สน.ทองหล่อ เป็น AI ตัดต่อ

"ณัฐวุฒิ" ยื่น ผบ.ตร. ขอออกหมายจับ "สมชัย" พร้อมพวก 6 คน ระดมทุนสู้คดี กกต. อ้างเสียหายโอนเงินไป 2 พัน ปัดข่าวมือกฎหมายรัฐบาล ยันไม่สนิท "สุชาติ" แล้ว ส่วนภาพผลักหน้า สน.ทองหล่อ อ้างถูก AI ตัดต่อ เตรียมฟ้องกลับแจ้งความเท็จ! ขณะที่ "สมชัย" ลั่นขอไม่ให้ราคา เตรียมแฉกลับเร็ว ๆ นี้

"ณัฐวุฒิ" ยื่น ผบ.ตร. ขอออกหมายจับ "สมชัย" พร้อมพวก 6 คน ระดมทุนสู้คดี กกต. อ้างเสียหายโอนเงินไป 2 พัน ปัดข่าวมือกฎหมายรัฐบาล ยันไม่สนิท "สุชาติ" แล้ว ส่วนภาพผลักหน้า สน.ทองหล่อ อ้างถูก AI ตัดต่อ เตรียมฟ้องกลับแจ้งความเท็จ! ขณะที่ "สมชัย" ลั่นขอไม่ให้ราคา เตรียมแฉกลับเร็ว ๆ นี้

KEY

POINTS

  • ร้องออกหมายจับ 6 คน ปมเปิดรับบริจาค: นายณัฐวุฒิ ยื่น ผบ.ตร. ขอออกหมายจับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร และพวก เช่น นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, นายยิ่งชีพ อัชฌาชานนท์ ปมระดมทุนสู้คดี กกต. อ้างฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยตนโอนเงินไป 2,000 บาทจึงเป็นผู้เสียหาย
  • อ้างภาพปะทะหน้า สน.ทองหล่อ เป็น AI ตัดต่อ: ปฏิเสธการใช้ความรุนแรง อ้างเพียงแค่เอามือสะกิดจั๊กจี้ และระบุว่าภาพคลิปที่เผยแพร่บนสื่อเป็นภาพตัดต่อด้วย AI เตรียมแจ้งความกลับนายสมชัยข้อหาแจ้งความเท็จภายในสัปดาห์นี้
  • ยันตัดขาดนักการเมือง-คู่กรณีเตรียมแฉกลับ: ยืนยันไม่ได้เป็นมือกฎหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น หรือเกี่ยวข้องกับ กกต. แล้ว ขณะที่ นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ระบุไม่ขอให้ราคาหรือให้พื้นที่สื่อ แต่อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเด็ดเพื่อแฉกลับในเร็ว ๆ นี้

7 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตมือกฎหมายนายสุชาติ ชมกลิ่น เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย

  1. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร
  2. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล
  3. นายยิ่งชีพ อัชฌาชานนท์
  4. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม
  5. นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน
  6. นางสาวลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์


โดยขอให้ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ใช่นักร้อง แต่ตัวเองเป็นผู้เสียหาย โดยนายณัฐวุฒิอ้างว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายสมชัย พร้อมพวก ได้มีการโพสต์รับบริจาคผ่านช่องทาง Facebook เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูก กกต. ดำเนินคดี โดยนายณัฐวุฒิ อ้างว่าตัวเองโอนไปทั้งหมด 2 บัญชี บัญชีละ 1,000 บาท ซึ่งตอนนั้นมีการโพสต์ระดมทุน ยังไม่มีปัญหาอะไรกับเขา พอเห็นจึงโอนไปด้วย หลังจากนั้นตนก็ได้ไปตรวจสอบกับอธิบดีกรมการปกครอง และกรรมการควบคุมการเรี่ยไร เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่า การเปิดรับบริจาคดังกล่าวได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการ ในมาตรา 4 คือ ห้ามเรี่ยไรเงิน เป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ในการที่นายสมชัยไปโพสต์เป็นการเผยแพร่ข้อความ ก็เป็นการฉ้อโกงประชาชน

"ณัฐวุฒิ" ยื่น ผบ.ตร. เอาผิด “สมชัย” ปมรับบริจาค อ้างภาพผลักหน้า สน.ทองหล่อ เป็น AI ตัดต่อ

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนเองต้องการให้ ผบ.ตร. ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 คนโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะมีการหลบหนีออกทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนปมของคดีเกี่ยวข้องกับการระดมทุนเปิดรับเงินบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรและอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยเห็นว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน และมีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 คน หรือ 2,000 กรรม


ส่วนหลักฐานการโอนเงิน ตนได้ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแล้ว 2 คดี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันที่พบกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จึงทำให้เป็นการเจอกันโดยบังเอิญที่หน้า สน.ทองหล่อ


ส่วนเจตนาในการโอนเงินครั้งนั้น นายณัฐวุฒิ อ้างว่า มีคนโอนไปกว่า 2,000 คน แล้วทำไมตนถึงจะไม่โอน ตอนนั้นตนไม่ได้มีปัญหากับเขา เห็นคนอื่นบริจาค ก็เลยอยากทำบุญ ก่อนอุทานว่า “โอ้ย 2 พัน เศษเงินผม !”


เมื่อผู้สื่อข่าวย้อนถามถึงรายละเอียดในเอกสารข่าว Press ที่แจกสื่อตั้งแต่เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.2569) ที่ระบุว่า “โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการสู้คดีต่อ กกต.” เพื่อให้ยืนยันถึงเจตนาว่า ตอนที่โอนไป เพราะเห็นด้วยกับการต่อสู้คดีของนายสมชัย และพวกอีก 6 คนใช่หรือไม่ ? นายณัฐวุฒิ บอกว่า ไม่ใช่ ๆ คุณเข้าใจผิด ก่อนร่ายยาวถึงระเบียบการเรี่ยไร จากนั้นนักข่าวถามย้ำว่า ที่ถามเพราะอยากรู้เจตนาการโอน ณ ตอนนั้น รู้แต่แรกใช่หรือไม่ว่า จะนำไปต่อสู้คดี กกต. นายณัฐวุฒิ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “คุณไม่ต้องถามผมประเด็นนี้หรอก เพราะข้อมูลมันอยู่ในสำนวน”

นักข่าวเลยถามย้ำว่า แต่ตัวนายณัฐวุฒิเอง ส่งเอกสารข่าวให้ทางไลน์ชื่อ Peter W. ก่อนจะอ่านข้อความให้นายณัฐวุฒิฟัง ว่า “การระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.” นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธว่า “ไม่ใช่ ผมไม่เคยส่ง“ นักข่าวย้ำว่า ”ส่ง“ นายณัฐวุฒิ ก็ปฏิเสธอีกว่า “ไม่ได้ส่ง“ ก่อนจะถามกลับว่าคุณเห็นเอกสารจริงหรือไม่ เอกสารฉบับจริงไม่เคยเผยแพร่ อันนั้นแค่ร่าง ร่างเพื่อสับขาหลอก”

”ผมจะโอนเงินไปที่ไหนก็เป็นสิทธิ์ของผม คุณไม่รู้เจตนาผมหรอก ไปเบิกความต่อศาลผมเบิกความแน่ อยู่ในสำนวนทั้งหมด“ นายณัฐวุฒิ กล่าว


จากนั้นผู้สื่อข่าวยังคงอธิบายให้นายณัฐวุฒิฟังอีกว่า เจตนาที่ถามถึงเหตุผลในการโอนเงิน เนื่องจากมีระบุในเอกสาร ที่ส่งมาให้ผู้สื่อข่าว ระบุ "โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต." แต่ครั้งนี้นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า เป็นแค่ร่าง ไม่ใช่ Final มีชื่อผมไหม มีลายเซ็นผมไหม ไปดูมีไหม ?


ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า แล้วเอกสารที่ส่งมาหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือ ? นายณัฐวุฒิ บอกว่า “อ้าว มันไม่ใช่ต้นฉบับไง ไม่มีลายเซ็นผมก็เท่ากับว่า ยกร่าง“

 

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์หน้า สน.ทองหล่อ โดยเจ้าตัวบอกว่า ถ้าไม่มีการตัดทอนข้อความ ปัญหามันก็ไม่เกิด ยืนยันว่า ตนไม่เคยใช้ความรุนแรง อ้างว่าตนเองเพียงแค่จั๊กจี้ จากการถูกแฮนด์จักรยานของนายสมชัย ที่ปั่นเข้ามาชนเข้าที่บริเวณเอว และเป็นข้อหาเบา เป็นลหุโทษที่ปฏิเสธไว้ก่อน มันแค่ลีลาเฉย ๆ เป็นลูกเล่น เล่ห์เหลี่ยม เป็นแค่โทษปรับ เรื่องอะไรจะให้ปรับง่าย ๆ ต้องมีลูกเล่น มันเป็นเหลี่ยมของกฎหมาย และยืนยันว่า ที่หน้า สน.ทองหล่อเป็นเพียงภาพตัดต่อ AI

"ผมมีหลักฐานต้นฉบับ ยืนยันว่ามันเป็นการแจ้งความเท็จ และเป็นภาพตัดต่อ โดยทีมกฎหมายของผมได้มีการตั้งกล้องไว้ตั้งแต่เริ่ม การตัดต่อมันเลยออกมาดูรุนแรง แต่ความจริงมันไม่ใช่ พร้อมถามสื่อย้อนกลับว่า การที่ถามแบบนี้จะต้องมีความเป็นกลาง ผมมาในฐานะผู้เสียหาย คุณสะกดคำว่าผู้เสียหายเป็นหรือไม่"


ส่วนจะนำหลักฐานภาพออกมาเปิดเผยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า จะไม่นำหลักฐานตรงนี้เปิดเผย เนื่องจากจะนำไปใช้ในการแจ้งความ และจะเข้าแจ้งความกับนายสมชัยภายในอาทิตย์นี้ ในข้อหา “แจ้งความเท็จ“


นายณัฐวุฒิ ยังบอกอีกว่า "อย่าเรียกนายสมชัยว่า อาจารย์ ไม่ใช่อาจารย์ เป็นผู้ต้องหา สมชัย ผู้ต้องหามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ หากต้องพบนายสมชัยอีก จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ถ้าเขายังเกี่ยวข้องกับครอบครัวของตน หรือเอารูปของตนไปแขวนไว้ที่ไหน ก็จะเจอตนได้ทุกที่ รับรองจั๊กจี้แน่  


นักข่าวถามว่าจั๊กจี้อย่างไร นายณัฐวุฒิ ได้ทำท่าจั๊กจี้ให้นักข่าวดู พร้อมถามนักข่าวว่า "คุณอยากลองไหมล่ะ เอาไหมล่ะ ?"


นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามอีกว่า ปัจจุบันนายณัฐวุฒิ ยังเป็นมือกฎหมาย และทีมที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่าปัจจุบันตนไม่ใช่คนของ กกต. ไม่ใช่คนของรัฐบาล และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นมือกฎหมายให้หลายคน ใครจ้างมาตนก็ทำให้หมด เพราะตนเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ อะไรที่สุจริตทำหมด และตนไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว รวมถึงนายฐิติเชษฐ์ นุชนารถ กรรมการการเลือกตั้ง ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรอีกด้วย


ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังได้พูดคุยกับนายสุชาติอยู่หรือไม่หลังออกมาประกาศตัดสัมพันธ์ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ผมจะไปคุยกับเขาทำไม เพราะตนเป็นนักธุรกิจ เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ จะพูดคุยแต่กับนักธุรกิจ ไม่คุยและไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายสุชาติแล้ว จะไปสนิทอะไรไม่เคยยุ่งการเมือง ไม่ได้เป็นพี่น้องเป็นญาติของนายสุชาติ 


ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และคู่กรณีของนายณัฐวุฒิ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ถึงประเด็นนี้ว่า “ตนไม่ขอตอบโต้หรือให้พื้นที่ทางสื่อกับอีกฝ่าย เพราะมันไม่มีประโยชน์ เชื่อว่าคลิปความรุนแรงเป็นหลักฐานที่ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าตนเองมีข้อมูลและหลักฐานเด็ดเตรียมที่จะแฉอีกฝ่ายในหลายเรื่อง แต่วันนี้ขอทำประเด็นเรื่องคดีฮั้ว สว. ก่อน เร็วๆ นี้ เตรียมที่จะแฉอีกฝ่ายแน่นอน 

ข่าวล่าสุด