เนชั่นทีวี

ข่าว

“เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้ง 4 คณะทำงานดูแลทุกมิติ

04 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้ง 4 คณะทำงานดูแลทุกมิติ

“เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้ง 4 คณะทำงานดูแลทุกมิติ กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม น้ำมัน-เสียง-สิ่งแวดล้อม พร้อมจัดระเบียบผังเมืองไม่ให้กระทบชุมชน

“เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้ง 4 คณะทำงานดูแลทุกมิติ กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม น้ำมัน-เสียง-สิ่งแวดล้อม พร้อมจัดระเบียบผังเมืองไม่ให้กระทบชุมชน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลจัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ครั้งใหญ่ วาง 4 นโยบายหลัก ทั้งรวมศูนย์ข้อมูล กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ยกระดับเป็นยุทธศาสตร์ชาติ และใช้การแข่งขัน-การ Pitching คัดเลือกโครงการที่สร้างประโยชน์สูงสุด
  • ชะลอโครงการใหม่ที่ยังไม่ก่อสร้าง มหาดไทยเตรียมชะลอการจ่ายไฟฟ้าและน้ำประปาให้โครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง เพื่อรอมาตรการใหม่ เน้นตรวจสอบผังเมือง ไฟฟ้า และน้ำประปา
  • กทม.ตรวจเข้ม 6 โครงการ พบขออนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แห่ง ขนาด 9-23 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่งยังไม่อนุมัติขั้นสุดท้ายและถูกชะลอไว้ก่อน โดยคาดได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน

4 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายดนุชา พิชยนันท์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) ครั้งที่ 1/2569

 

นายเอกนิติ แถลงว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญในการบริหารจัดการด้านดาตาเซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเดินเรื่องขออนุญาตตามกฎระเบียบของแต่ละหน่วยงานแยกย่อยกันไป รัฐบาลจึงได้เข้ามาจัดระเบียบและวางกรอบยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อนำดาตาเซ็นเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์

 

สาระสำคัญและนโยบายหลัก 4 ประการ 

 

1. บูรณาการข้อมูลให้ชัดเจนและเป็นภาพเดียวกัน : จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องวิ่งเต้นขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน เช่น บีโอไอ (BOI), การประปา, การไฟฟ้า หรือ กสทช. รัฐบาลจะทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้เป็นภาพเดียว เพื่อให้ทราบสถานะปัจจุบันที่แท้จริง

 

2. กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Requirements) คุ้มครองประชาชน : วางเกณฑ์มาตรฐานเพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาเป็นรายพื้นที่ มาตรฐานนี้จะถูกนำมาใช้บังคับกับผู้ประกอบการทุกราย ทั้งที่ดำเนินการไปแล้ว กำลังก่อสร้าง และในอนาคต โดยผู้ประกอบการเดิมจะต้องปรับตัวตามเกณฑ์ความปลอดภัยใหม่นี้

 

3. ยกระดับสู่ยุทธศาสตร์ประเทศ เชื่อมโยงดาตาเซ็นเตอร์เข้ากับยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ทั้งในด้านพลังงานสะอาด การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและคนไทย ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโอกาสการเติบโตในประเทศ

 

4. กระบวนการพิจารณาและการแข่งขันที่เป็นธรรม กำหนดให้ทุกโครงการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ แต่สำหรับโครงการในอนาคตที่จะได้รับเลือก ต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศ โดยจะใช้รูปแบบการแข่งขันและเปิดให้มีการนำเสนอข้อเสนอ (Pitching) ต่อคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกผู้ลงทุนที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย

ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจากการอนุมัติกระจัดกระจาย ให้เป็นการบูรณาการร่วมกันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมเพื่อแชร์บทเรียนและประสบการณ์การบริหารจัดการดาตาเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย

 

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และจัดระเบียบดาตาเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ โดยนำบทเรียนจากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการกำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้จะใช้รูปแบบการประเมินความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับสำหรับการพิจารณาการลงทุนในระยะต่อไป เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมาข้อมูลมีความกระจัดกระจาย รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการบูรณาการรวมศูนย์ข้อมูลให้มีความชัดเจนและเป็นระเบียบ หากพบผู้กระทำผิดกฎระเบียบหรือแอบแฝงเปลี่ยนชื่อจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที

 

ขณะเดียวกันจะมีการปรับปรุงระเบียบขั้นต่ำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และกำหนดขนาดที่เหมาะสมของดาตาเซ็นเตอร์ ตลอดจนเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ เช่น ยุทธศาสตร์ AI, การใช้ Local Content และการกระจายประโยชน์ให้แก่ธุรกิจไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และคนไทย

 

“เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้ง 4 คณะทำงานดูแลทุกมิติ

 

ทั้งนี้ กรอบการทำงานทั้งหมดถูกกำหนดไทม์ไลน์ไว้ภายใน 1 เดือน โดยในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้ามานำเสนอ พร้อมแบ่งคณะทำงานออกเป็น 4 ชุด ได้แก่

 

1.ชุดเศรษฐกิจ ประเมินมาตรฐานและยุทธศาสตร์ชาติ

2.ชุดโครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำ ไฟฟ้า และดิจิทัล

3ชุดที่ดินและผังเมือง

4.ชุดสิ่งแวดล้อม ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อนำข้อสรุปมาจัดทำนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนร่วมกันต่อไป

 

เมื่อถามว่า ธุรกิจดาตาเซ็นเตอร์น่ากลัวและสร้างผลกระทบกับชาวบ้านหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่หน่วยงานต่างๆ ต้องไปดูแลชาวบ้าน เช่น ใครไปทำถังน้ำมันไม่ขออนุญาตก็ผิดกฎเกณฑ์ ใครไปสร้างอะไรก่อนที่จะขอใบอนุญาตเราก็ไปจัดการ รัฐบาลยืนยันว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเสียง ฉะนั้นประชาชนไม่ต้องกังวล  ส่วนเรื่องขนาดได้กำหนดพื้นที่และกำหนดผังเมืองให้สอดคล้องกับขนาดและชุมชน เนื่องจากดาตาเซ็นเตอร์ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อะไรที่กระจัดกระจายวันนี้จะรวมศูนย์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ การลงทุนสามารถเติบโตไปได้ แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง

 

ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์

 

ด้าน นายพลพีร์ กล่าวว่า ให้ประชาชนมั่นใจการให้บริการไฟฟ้า น้ำประปา และผังเมืองในภาพรวม จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ได้เตรียมพร้อมสั่งชะลอการจ่ายระบบให้กับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างออกไปก่อน แม้ว่าบางแห่งจะมีการทำข้อตกลงล่วงหน้าไว้แล้วก็ตาม เพื่อรอข้อสรุปมาตรการใหม่จากคณะกรรมการ ซึ่งจะเน้นกำกับดูแล 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผังเมือง การให้บริการไฟฟ้า และน้ำประปา

 

ขณะที่ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดนิยามให้ดาต้าเซ็นเตอร์ เข้าสู่หมวดอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชนใน 5 ด้าน ได้แก่ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดวางผังเมืองเพื่อระบุพิกัดที่เหมาะสม การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารเรื่องระยะเว้นระยะร่น ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองอย่างเข้มงวด โดยกระทรวงพลังงาน ตลอดจนความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า

 

สำหรับสถานะของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการขออนุญาตทั้งหมด 6 โครงการ ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ โดยอนุมัติและเปิดดำเนินการไปแล้ว 3 โครงการ ตั้งแต่ช่วงปี 2565-2567 ซึ่ง กทม. จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อประเมินว่ามีผลกระทบ หรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชนรอบข้างหรือไม่ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนเชิงข้อมูลต่อไป

 

ส่วนอีก 3 โครงการที่เหลือ ยังไม่อนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย โดยยืนยันว่า จะถูกสั่งชะลอไว้ก่อน เพื่อทบทวนรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากคณะกรรมการภายใน 1 เดือน

ข่าวล่าสุด