เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมชัย" ยื่นเส้นตาย กกต. 15 ก.ย. ตอบ 3 ปมร้อน ขู่ฟ้อง ม.157

31 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"สมชัย" ยื่นเส้นตาย กกต. 15 ก.ย. ตอบ 3 ปมร้อน ขู่ฟ้อง ม.157

"สมชัย ศรีสุทธิยากร" ยื่นหนังสือทวง กกต. ตอบ 3 ปมร้อน ทั้งตั้งอนุฯ ขาดคุณสมบัติ และปมคลิปเงิน 3 แสน ขีดเส้นตาย 15 ก.ย. หากเมินจ่อฟ้อง ม.157 ยกชุด

"สมชัย ศรีสุทธิยากร" ยื่นหนังสือทวง กกต. ตอบ 3 ปมร้อน ทั้งตั้งอนุฯ ขาดคุณสมบัติ และปมคลิปเงิน 3 แสน ขีดเส้นตาย 15 ก.ย. หากเมินจ่อฟ้อง ม.157 ยกชุด

KEY

POINTS

  • ยื่นทวง 3 ปมร้อน กกต.: 'สมชัย' จี้ กกต. สอบปมตั้ง 'ณัฐวุฒิ' เป็นอนุฯ วินิจฉัย ทั้งที่ถูกไล่ออกจากราชการ และทวงความคืบหน้าดำเนินคดีอาญาผู้สมัครขาดคุณสมบัติ
     
  • สอบจริยธรรมคลิปเงิน 3 แสน: จี้สอบ กกต. 'ฐิติเชฏฐ์' กรณีภาพกล้องวงจรปิดหอบเงิน 3 แสนบาท เข้าอาคารสำนักงาน สตรง. เมื่อ 31 ส.ค. 66 ว่าขัดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
     
  • ขีดเส้นตาย 15 ก.ย. ขู่ฟ้อง ม.157: กำหนดเวลาให้ กกต. ชี้แจงต่อสาธารณะ หากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมแจ้งความดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 กับ กกต. รวม 13 ราย

31 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้า 3 ประเด็นสำคัญ ในปมแต่งตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ขาดคุณสมบัติ, การดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร และกรณีคลิปกล้องวงจรปิดหอบเงิน 3 แสนบาทของ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ โดยขีดเส้นตายให้ กกต. ชี้แจงต่อสาธารณะภายในวันที่ 15 ก.ย. นี้ หากเพิกเฉยพร้อมแจ้งความดำเนินคดีอาญาตาม มาตรา 157 กับกรรมการ กกต. รวม 13 คนทันที

 

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.พร้อม นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต ม.ศรีปทุม เข้ายื่นหนังสือทวงถามถึง กกต. กรณีการดำเนินการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ร่วมเป็นอนุกรรมการวินิจฉัย โดยระบุว่า การยื่นถึง กกต.เพื่อติดตามทวงถามทั้งหมด 3 เรื่อง

เรื่องแรกเป็นการสอบถามเกี่ยวกับกรณีมีหลักฐาน นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 12 เมื่อปี 2562 ว่า กกต.ท่านใดเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ มีบทบาทในการกลั่นกรองคดีความต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตการเลือกตั้งในทุกระดับก่อนถึง กกต. ซึ่งการเสนอชื่อให้รับตำแหน่งดังกล่าว มีการกลั่นกรองประวัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ถูกไล่ออกจากราชการ ด้วยเหตุประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับตัว กกต. โดยตรง 

 

เรื่องที่สองเป็นการทวงถามความคืบหน้าว่า กกต. ได้มีการดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. โดยขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 42 (10) ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หรือไม่

 

เรื่องที่ 3 เป็นการทวงถามความคืบหน้าจากกรณีที่ทราบว่า ปัจจุบันมีกรรมการ กกต. ท่านหนึ่งมีคดีความที่อยู่ในชั้นของการไต่สวนของ ป.ป.ช. คือคดีตู้แช่ไวน์ และกรณีการนำเงินจำนวน 3 แสนบาทไปมอบให้กับผู้ว่า สตง. ซึ่งมีพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด 2 ภาพ โดยภาพแรกจะเห็นได้ว่า นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ได้ถือซองและเดินเข้ามาภายในอาคารสำนักงาน สตง. ในวันที่ 31 ส.ค. 66 ซึ่งภาพจากกล้องจะเห็นหน้าตาอย่างชัดเจน จึงอยากจะทราบว่า กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวน เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของ กกต. ท่านดังกล่าวไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไรบ้าง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.  

 

นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนคงไม่รอคำตอบที่เป็นจดหมายจาก กกต. เพราะกว่าจะตอบคงใช้เวลาเป็นเดือน และอาจจะตอบง่าย ๆ ว่า ตนไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบ การมายื่นหนังสือวันนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับรู้ และต้องการให้ทาง กกต. ได้ให้คำตอบต่อสาธารณะภายในวันที่ 15 กันยายน 2569

 

หาก กกต. ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีอาญา หรือการสอบจริยธรรมภายใน กกต. ก็ตาม จะแจ้งความดำเนินคดีอาญามาตรา 157 กับ กกต.ทั้ง 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ปฏิบัติหน้าที่ในปี 2566 จำนวน 7 คน และชุดที่ปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 จำนวน 7 คน รวมแล้ว 13 คนอย่างแน่นอน

 

ส่วนกรณีที่ กกต. ออกหนังสือชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง ยืนยันว่านายณัฐวุฒิ มีชื่อดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 12 เพียง 57 วัน และไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมหรือพิจารณาคดีใด ๆ นั้น นายสมชัย มองว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นกี่วัน ประเด็นอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้เสนอชื่อแต่งตั้ง เพราะบุคคลดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์จากชื่อและตำแหน่งดังกล่าวไปอ้างต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อถือเพื่อประโยชน์บางอย่างหรือไม่ ซึ่งเราต้องการรู้ว่า กกต. ท่านใดเป็นผู้เสนอชื่อและได้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือยัง

 

ซึ่งเราตั้งข้อสังเกตว่า ท่านกำลังทำผิดมาตรฐานจริยธรรมของศาลและองค์กรอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหมวดที่ 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อที่ 10 คือไม่คบหาสมาคมกับผู้มีอิทธิพล หรือผู้ที่มีประวัติเสื่อมเสีย ที่จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่และหน่วยงานหรือไม่ อย่าตอบว่าตั้งเพียง 57 วันแล้วไม่มีปัญหา เพราะประวัติของเขาคงอยู่ตลอดไป และเที่ยวไปอ้างใครต่อใคร แม้กระทั่งในเอกสารลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ก็อ้างว่าเคยเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต. โดยไม่ระบุข้อเท็จจริง ซึ่ง กกต. ตอบคนละคำถาม

 

ส่วนการเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้ เกี่ยวกับกรณีที่นายณัฐวุฒิออกมาตอบโต้ตนก่อนหน้านี้หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ตนตามเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน การที่เขาออกมาพูดเป็นช่วงหลังที่ตนออกมาตามเรื่อง ก็คงจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันบ้าง ส่วนที่ตนได้มีการโพสต์เชิญชวนนายณัฐวุฒิ ให้มาร่วมเฟรมแถลงข่าวในวันนี้แต่เจ้าตัวไม่มานั้น มองว่านายณัฐวุฒิได้มีการประกาศในที่สาธารณะว่า ตนจะไปที่ไหนก็แล้วแต่เขาก็จะตามมา ซึ่งตนก็ยินดีถ้ามาแล้วก็จะขอเชิญมาร่วมเฟรมแถลงข่าวพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย

 

เพียงแต่ขอมีกติกาคือ ต้องพูดกันคนละหนึ่งครั้ง อย่างสุภาพให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสรับรู้ถึงสิ่งที่เป็นหลักฐานและเหตุผลของแต่ละฝ่าย แต่เสียดายที่เขาไม่ได้ใช้โอกาสนี้มาพบกัน แต่โอกาสหน้าก็ยินดีที่จะเชิญมาพบเรื่อย ๆ ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิพูดจาไม่เหมาะสม นายสมชัย ระบุว่า ตนเก็บข้อมูลไว้หมด เพื่อดูในแง่มุมของกฎหมายต่าง ๆ หากเป็นการกระทำความผิดที่แสดงออกต่อสาธารณะ เราไม่อยากให้การกระทำความผิดแบบนี้ไปปรากฏกับบุคคลอื่น ๆ ในสังคมต่อไป เราไม่อยากให้สังคมนี้มีคนกระทำผิดแล้วไม่มีปัญหาใด ๆ สามารถทำผิดซ้ำซากได้เรื่อย ๆ ก็คงต้องดำเนินคดีเท่าที่สามารถทำได้

 

ส่วนกรณีที่บ่ายวันนี้ นายณัฐวุฒิจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษตนที่ สน.ทองหล่อ จะเดินทางไปพบกับนายณัฐวุฒิเพื่อพูดคุยกันหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ตนไม่มีเวลา แต่ยืนยันว่า หากตนกระทำความผิด ทุกคนในประเทศไทยสามารถแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบก็สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าการดำเนินการดังกล่าว จะต้องกระทำการด้วยความสุจริตใจ ด้วยหลักฐานที่เป็นจริง ไม่ใช่เป็นการกล่าวหาที่เป็นเท็จ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไร ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในทุก ๆ กรณี

 

ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือต่อ ปปง. เพื่อทำการยึดอายัดทรัพย์สินของตนพร้อมพวกรวม 6 คนนั้น นายสมชัยระบุว่า

แล้วแต่ ปปง. หากจะไปดูเส้นทางทางการเงินของตน ก็จะตกใจเพราะจนมาก มีทรัพย์สินคือจักรยานเพียง 2 คัน ขอให้ทาง ปปง. ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิเลี่ยงการเผชิญหน้าพบตนเองในวันนี้ มองว่าเป็นการเดินหน้าดำเนินคดีหรือไม่ นายสมชัย บอกว่า ตนไม่ได้คิดอะไร เชิญแล้วมาก็มา ไม่มาก็ไม่มา ไม่ได้ให้ความสำคัญที่ต้องไปติดตามข่าวสารมากนัก แต่ตนก็จะเดินหน้าเพื่อตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ต่อไปโดยเฉพาะ กกต.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เรื่องนี้ยังสามารถพูดคุยเจรจาจบเรื่องกันด้วยดี โดยไม่มีการตอบโต้ฟ้องร้องดำเนินคดีกันได้อีกหรือไม่ นายสมชัย ยืนยันว่า ตนไม่ได้ตอบโต้ เพราะตนทำหน้าที่ตรวจสอบตามเส้นตรงมาโดยตลอด เพียงแต่พอตนเดินเรื่องนายณัฐวุฒิ ก็เข้ามาแทรกในแต่ละขั้นมากกว่า หากสื่อมวลชนมองว่าน่ารำคาญ ก็อย่าไปนำเสนอดีกว่า

 

ส่วนข้อสังเกตว่า ประเด็นนี้อาจกระทบต่อการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ที่ กกต. นัดลงมติวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ นายสมชัยระบุว่า เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องพิจารณาเอง พร้อมย้ำว่า ประเด็นที่ต้องการคำตอบ

 

ทั้งนี้ นายสมชัย ได้ระบุว่า ภาพหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ระบุเห็นตัวของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หากเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่ภาพของตัวเอง ตนยังมีคลิปอีกทั้งหมด 8 คลิป ซึ่งวันนี้ขอนำมาเปิดเพียงแค่ 2 คลิปเท่านั้น

ข่าวล่าสุด