เนชั่นทีวี

ข่าว

กองทัพไทยโต้ฮุนเซน ปราบสแกมเมอร์อ้างอิง UNODC ปัดยึดชายแดน

28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กองทัพไทยโต้ฮุนเซน ปราบสแกมเมอร์อ้างอิง UNODC ปัดยึดชายแดน

โฆษกกองทัพไทยแจงยิบ ปฏิเสธข้อกล่าวหา "ฮุนเซน" ยันปราบสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์ตามรายงาน UNODC ไร้นโยบายยึดพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จี้ร่วมมือถอนรากถอนโคนอาชญากรรม

โฆษกกองทัพไทยแจงยิบ ปฏิเสธข้อกล่าวหา "ฮุนเซน" ยันปราบสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์ตามรายงาน UNODC ไร้นโยบายยึดพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จี้ร่วมมือถอนรากถอนโคนอาชญากรรม

KEY

POINTS

  • โต้ข้อกล่าวหาฮุนเซน: กองทัพไทยยืนยันข้อมูลสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาจากรายงาน UNODC และ UN ไม่ใช่เรื่องที่ไทยอุปโลกน์ขึ้นเพื่อยึดพื้นที่ชายแดน
     
  • เดินหน้าตามกรอบร่วม: การตรึงกำลังชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปตามกรอบ Joint Statement (27 ธ.ค. 67) เพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย และคุ้มครองประชาชน
     
  • จี้กัมพูชาปราบจริงจัง: เรียกร้องฝ่ายกัมพูชาเร่งกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ตามข้อเสนอแนะ UNODC แทนการสร้างวาทกรรมที่เพิ่มความขัดแย้งระหว่างประเทศ

28 สิงหาคม 2569 พลตรี วิทัย ลายอมรยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงตอบโต้กรณี ฮุนเซน กล่าวหาฝ่ายไทยใช้ประเด็นสแกมเมอร์อ้างยึดดินแดน โดยยืนยันว่าการปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา เป็นไปตามกรอบความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและอ้างอิงข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติจาก UNODC มิใช่การสร้างเรื่องเพื่อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชามุ่งกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ร่วมกัน แทนการสร้างวาทกรรมที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งระหว่างประเทศ


พลตรีวิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยและกองทัพไทยว่านำประเด็นขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาใช้เป็นข้ออ้างในการยึดครองพื้นที่ตามแนวชายแดน ว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลเกี่ยวกับฐานปฏิบัติการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชา ไม่ใช่ข้อมูลที่กองทัพไทยหรือประเทศไทยกล่าวอ้างขึ้นเอง หรือสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางนโยบายแต่อย่างใด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากองค์กรระดับสากลอย่างสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)


รวมถึงรายงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษในกัมพูชา กลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและระดับโลกของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ มีการบังคับใช้แรงงาน กักขัง ทรมาน และหลอกลวงประชาชนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

 

พลตรีวิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย

 

กองทัพไทยขอเน้นย้ำว่า การวางกำลังและการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ดำเนินการภายใต้กรอบถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน มิได้มีความเกี่ยวข้องกับการนำประเด็นสแกมเมอร์มาเป็นข้ออ้างเพื่อยึดครองพื้นที่ตามที่ถูกกล่าวหา

 

การนำ 2 ประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงกันจึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และอาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน รวมทั้งเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นภัยคุกคามที่ประชาคมระหว่างประเทศให้ความสำคัญและกำลังร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง

 

กองทัพไทยจึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชามุ่งดำเนินการตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนข้อเสนอแนะและข้อมูลจาก UNODC ในการปราบปรามและกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง มากกว่าการสร้างวาทกรรมที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเพิ่มความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยและกองทัพไทยยังคงยึดมั่นในการดำเนินการตามหลักกฎหมายและกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันถอนรากถอนโคนอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบสุขของประชาชนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด