ซึ่งประเด็นนี้เป็นข้อกฎหมายสำคัญมาก เพราะหากเป็นคดีในราชอาณาจักร ดีเอสไอจะมีอำนาจสอบสวนฝ่ายเดียวและอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะเป็นผู้สั่งคดี แต่หากเป็น "คดีนอกราชอาณาจักร" กฎหมายบัญญัติว่าผู้มีอำนาจสั่งคดีคือ อัยการสูงสุด เท่านั้น
เบื้องต้น ทางสำนักงานการสอบสวนมีความเห็นตรงกับอัยการสำนักงานคดีพิเศษว่า คดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรเนื่องจากมีการโอนเงินไปต่างประเทศ โดยได้ทำความเห็นเสนออัยการสูงสุดพิจารณาหากอัยการสูงสุดมีคำสั่งและมอบหมายลงมา ตนพร้อมจะตั้งคณะทำงานโดยจัดทีมอัยการร่วมสอบสวน เนื่องจากคดี STARK เป็นคดีสำคัญมีความเสียหายทางเศรษฐกิจในตลาดหลักทรัพย์อีกทั้งมีผู้เสียหายจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายสูงมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีหุ้น STARKสำนวนเเรกที่ พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้ยื่นฟ้อง หรือ บริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 1. นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ (ทายาทตระกูลธุรกิจสีชื่อดัง) อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่กับพวกรวม 12 ราย (เเบ่งเป็นบุคคล 7 ราย บริษัทนิติบุคคล 5 ราย) ที่เกิดเหตุช่วงต้นปี 2566 หลังจากบริษัทไม่สามารถส่งงบการเงินปี 2565 ได้ตามกำหนดเวลา นำไปสู่การเข้าตรวจสอบพบ มีการสร้างยอดขายและลูกหนี้เทียมตกแต่งงบการเงินจนระดมทุนในตลาดหุ้นได้ สร้างความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้นกู้รวมกันมากกว่า 38,000 – 40,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างสืบโจทก์ของศาลอาญา ซึ่งจะมีคิวสืบถึงปลายปี ก่อนจะมากำหนดนัดในการสืบปีหน้าต่ออีกครั้ง
สำหรับกลุ่มจำเลยคดีหุ้น STARK สำนวนเเรกมีด้วยกันทั้งหมด 12 ราย(บุคคล7 รายอยู่ในเรือนจำ นิติบุคล5 ราย) ประกอบด้วย นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหาร
,นายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการ STARK
,นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ,นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงามอดีตผู้บริหาร ,นายชินวัฒน์ อัศวโภคี อดีตกรรมการ ,นางสาวยสบวร อำมฤต อดีตผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ ,นางสาวนาตยา ปราบเพชร อดีตพนักงานฝ่ายการเงิน
กลุ่มจำเลยที่เป็นนิติบุคคล (5 บริษัท) ประกอบด้วย
บมจ. สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ,บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด,บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด,บริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ,บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
ถูกฟ้องฐาน5ความผิด ความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันยักยอกทรัพย์,ร่วมกันฟอกเงิน,ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์