ในยุคแรกของขบวนการ การคัดเลือกสมาชิกถูกวางอยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์เข้มข้น โดยเฉพาะการเลือกเยาวชนที่มีศักยภาพ มีความคิด และถูกมองว่าเป็น "เด็กเกรดเอ" เพื่อเข้ามาสานต่อแนวทางของขบวนการ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างและรูปแบบการรับสมาชิกเปลี่ยนแปลงไป คนที่เข้าสู่ขบวนการในปัจจุบันมีภูมิหลังและเหตุผลที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มเยาวชนที่มีผลการเรียนดีหรือมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนเหมือนในอดีต
จากนั้น เขาจึงตัดสินใจเข้าสู่ขบวนการ ก่อนจะเริ่มมีแนวคิดที่แตกต่างออกไปจากคนในขบวนการ กระทั่งหัวหน้าขบวนการขอให้เขาอยู่ต่อไปจนถึงอายุราว 40 ปี โดยมองว่า เมื่อเติบโตและมีประสบการณ์มากขึ้น อาจทำให้มุมมองและความคิดเปลี่ยนแปลงไป แต่ในเวลานั้น เขายังมีอายุเพียง 20 กว่าปีเท่านั้น
สำหรับคนกลุ่มนี้ การต่อสู้ไม่ได้ถูกมองเพียงว่าเป็นการก่อความรุนแรง หากแต่ถูกอธิบายผ่านกรอบของอุดมการณ์ ความเชื่อ และเป้าหมายทางการเมือง ทำให้พวกเขามองการเข้าร่วมขบวนการว่าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่เชื่อมั่น มากกว่าการมองตัวเองว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง
นี่คืออีกด้านหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนใต้ซับซ้อน เพราะเมื่อความขัดแย้งไม่ได้มีเพียงเรื่องของอาวุธ แต่มีทั้งความเชื่อ อัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง
🔵 BRN ไม่ได้มีเพียงฝ่ายติดอาวุธ
ข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้ที่เคยอยู่ในขบวนการ สะท้อนว่า การจัดตั้งของ BRN มีลักษณะเป็นองค์กรลับ และมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็นโครงสร้างย่อย
ภายในขบวนการมีการแบ่งพื้นที่และบทบาทการทำงานอย่างเป็นระบบ ไม่ได้มีเพียงฝ่ายทหารหรือปฏิบัติการด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับงานด้านการเมือง ศาสนา และการสร้างแนวร่วมในระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายของขบวนการในหลายมิติ สิ่งสำคัญคือ โครงสร้างลักษณะนี้ทำให้การเคลื่อนไหวของขบวนการไม่ได้ปรากฏให้เห็นเฉพาะในวันที่เกิดเหตุรุนแรง แต่ยังมีการสร้างความคิด และสร้างการสนับสนุนในระดับสังคม โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่
🔵 จากสนามรบ สู่สนามความคิด
วันนี้ BRN กำลังสร้างนักรบรุ่นใหม่หรือกำลังสร้างแนวร่วมทางความคิดรุ่นใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ยังมีคนที่เคยอยู่ในขบวนการและเลือกเดินออกมา พวกเขาเคยเชื่อในอุดมการณ์ ยอมแลกทั้งเวลา ชีวิต และอนาคตกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นการต่อสู้ ก่อนพบว่า สิ่งที่เหลืออยู่กลับเป็นเพียงบาดแผลและเวลาชีวิตที่สูญเสียไป
คำพูดนี้อาจเป็นเพียงมุมมองของอดีตสมาชิกคนหนึ่ง แต่เมื่อเราพูดคุยกับหลายคนกลับพบความรู้สึกที่คล้ายกัน คือความรู้สึกว่า เมื่อถึงวันที่เกิดปัญหา คนที่เคยทุ่มเทให้ขบวนการ กลับต้องเผชิญกับผลที่ตามมาด้วยตัวเอง
🔵 จากคนถืออาวุธ สู่พ่อที่เตือนลูก
พวกเขายอมรับว่า ความผิดพลาดในอดีตไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือใช้ประสบการณ์ของตัวเอง ป้องกันไม่ให้คนรุ่นต่อไปต้องสูญเสียแบบเดียวกัน
🔵 “พาคนกลับบ้าน” ทางออก หรือ ความเสี่ยง?
แนวคิดหนึ่งที่ภาครัฐนำมาใช้ คือการเปิดทางให้ผู้ที่ต้องการถอนตัวจากขบวนการสามารถกลับคืนสู่สังคมภายใต้แนวทางที่เรียกว่า "พาคนกลับบ้าน" เป้าหมายสำคัญคือการดึงคนออกจากวงจรความรุนแรง เปิดช่องทางให้ผู้เห็นต่างหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการเข้าสู่กระบวนการของรัฐ ผ่านการรับมอบตัว คัดกรอง และฟื้นฟู ก่อนกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน
สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรง การที่อดีตสมาชิกขบวนการสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ อาจสร้างคำถามสำคัญว่า แล้วความสูญเสียของพวกเขาได้รับการเยียวยาอย่างไร
บางฝ่ายกังวลว่า กระบวนการดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิด หรือทำให้ผู้ได้รับผลกระทบรู้สึกว่าความยุติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า หากต้องการยุติความรุนแรง การเปิดประตูให้คนที่ต้องการถอนตัวออกจากขบวนการอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของกระบวนการสันติภาพ
การตัดสินใจเดินออกจากขบวนการอาจไม่ได้หมายความว่า คนเหล่านี้ยอมแพ้ต่อความเชื่อ แต่อาจหมายถึงการเลือกต่อสู้ในรูปแบบใหม่ จากการต่อสู้เพื่อองค์กร สู่การต่อสู้เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ปลอดภัย จากการตอบโต้ด้วยความรุนแรง สู่การปกป้องคนรุ่นต่อไปไม่ให้ต้องเดินซ้ำรอย กว่า 20 ปีของความไม่สงบ ขณะที่ขบวนการกำลังสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่ คนที่เคยเป็นแนวร่วมกลับกำลังพยายามป้องกันไม่ให้ลูกหลานเดินตามรอยตัวเอง
🔵 ศปป.5 กับภารกิจดึงคนออกจากวงจรความรุนแรง
หนึ่งในหน่วยงานที่ทำงานด้านการประสานและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ คือ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. หรือ ศปป.5 ซึ่งติดตามสถานการณ์และประสานงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
โจทย์ของภาครัฐในวันนี้ จึงไม่ได้มีเพียงการป้องกันเหตุ แต่ยังรวมถึงการตัดวงจรการสร้างแนวร่วมและสร้างพื้นที่ให้คนที่ต้องการออกจากความรุนแรง สามารถกลับคืนสู่สังคมได้จริง
โชฏิมา จันทร์คง ทีมข่าว "สืบสวนความจริง" NationTV22