พลังชาวประมงแม่กลอง! รวมเรือ 20 ลำ ผลัดเวรช่วยดันน้ำออกทะเลวันละ 8 ชั่วโมง
04 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

พลังชาวประมงแม่กลอง! รวมเรือ 20 ลำ ผลัดเวรช่วยดันน้ำออกทะเลวันละ 8 ชั่วโมง "ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม" ลงพื้นที่ให้กำลังใจ
ข่าว
04 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

พลังชาวประมงแม่กลอง! รวมเรือ 20 ลำ ผลัดเวรช่วยดันน้ำออกทะเลวันละ 8 ชั่วโมง "ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม" ลงพื้นที่ให้กำลังใจ
KEY
POINTS
4 ตุลาคม 2569 บริเวณท่าน้ำวัดพวงมาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มชาวประมงจิตอาสา นำโดย นายคำรณ แซ่ตัน ชาวตำบลบางจะเกร็ง ร่วมกันนำเรือประมงขนาด 30 ตันกรอส จากบริเวณปากอ่าวแม่กลองขึ้นมาดันน้ำลงทะเล บริเวณสะพานวัดพวงมาลัย เพื่อช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำแม่กลองออกสู่ทะเล ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยมี นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ
การดำเนินงานดังกล่าวใช้เรือครั้งละ 5 ลำ เดินเครื่องในช่วงน้ำลงวันละ 2 รอบ รวมวันละ 8 ชั่วโมง มีเรือเข้าร่วมทั้งหมด 20 ลำ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันช่วยผลักดันน้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งของชาวประมงที่เสียสละนำเรือและกำลังของตนเองมาช่วยเหลือพี่น้องชาวแม่กลองในช่วงวิกฤต
นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกลุ่มชาวประมงที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมเร่งระบายน้ำ จึงเดินทางมาให้กำลังใจ โดยขณะลงพื้นที่มีเรือทยอยเข้าจอดและบางลำเริ่มเดินเครื่องแล้ว พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนประชาชน ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน สมาคม และชมรมต่าง ๆ ร่วมช่วยเหลือตามกำลัง ทั้งการระบายน้ำ การสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น เนื่องจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากมีบ้านเรือนถูกน้ำขังมา 3-4 วัน และกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอาหารวันละ 3 มื้อ น้ำดื่ม และยารักษาโรค
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้มีเรือยนต์ที่ประสงค์จะรวมกลุ่มช่วยระบายน้ำ ขอให้ประสานงานกับนายอำเภอ เจ้าท่า และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งทางจังหวัดพร้อมร่วมสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว รวมถึงเรื่องเชื้อเพลิง โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบช่องทางใช้งบประมาณช่วยเหลือในพื้นที่ที่ประกาศประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านหน้าสำคัญ เร่งดูแลเรื่องอาหารการกินของผู้ประสบภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการย้ายเข้าสู่ศูนย์พักพิง ก่อนที่จะร่วมกันฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และสถานที่สาธารณะให้กลับสู่ภาวะปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย