“บิ๊กราญ” แถลงจับ นอมินีต่างชาติ อ.หัวหิน แฉแทคติกฮุบเป็นเจ้าของ 100%
10 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“บิ๊กราญ” แถลงจับ นอมินีต่างชาติ อ.หัวหิน แฉแทคติกใช้คนไทยเปิดบริษัทถือครองอสังหาริมทรัพย์ ก่อนฮุบเป็นเจ้าของ100%
ข่าว
10 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“บิ๊กราญ” แถลงจับ นอมินีต่างชาติ อ.หัวหิน แฉแทคติกใช้คนไทยเปิดบริษัทถือครองอสังหาริมทรัพย์ ก่อนฮุบเป็นเจ้าของ100%
KEY
POINTS
10 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 พูลวิลล่าเถื่อน ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 15จุด
โดย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า การเข้าตรวจค้นจับกุมในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเฟสที่ 6 แต่ยังไม่หมด จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง จากการตรวจสอบในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามีบริษัทที่เป็นนิติบุคคลถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์กว่า 3,000 บริษัท และพบชาวต่างชาติถือหุ้นกว่า 1,500 บริษัท โดยมีแนวโน้มที่กระทำความผิด 849 บริษัท ซึ่ง 33 บริษัทได้เข้าปฏิบัติการและขอหมายจับ 45 หมาย เป็นต่างชาติทั้งหมด และคนไทยเชิญมาสอบปากคำ 39 บริษัท ส่วนใหญ่รับสารภาพว่า ไม่รู้จักกับชาวต่างชาติ และจะเห็นว่าคนต่างชาติ จดทะเบียนบริษัทและปล่อยให้เช่าหลังละ 50,000 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ตลอด 6 เฟส ที่ได้ปฏิบัติการ พบว่า มีมูลค่ารวม 2,539 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะให้ชาวต่างชาติขายบ้านด้วยตัวเองแล้วเอาเงินกลับไป แล้วเอาที่ดินกลับมาเป็นของรัฐ แต่หากขายไม่ได้จะใช้วิธีการขายทอดตลาด และหลังจากการดำเนินการมาถึงเฟส 6 แล้ว จะขยายผลสืบสวนต่อแน่นอน
ส่วนกรณีที่คนไทยที่เป็นนอมินีแล้วอ้างว่าไม่รู้นั้น ก็เป็นข้ออ้าง ซึ่งพนักงานสอบสวน ก็สอบปากคำไปตามข้อเท็จจริง
พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ณ ขณะนี้ 33บริษัท ที่ดำเนินการยังไม่พบชาวอิสราเอล แต่จะต้องตรวจสอบว่าใน 849บริษัทมีอิสราเอลถือครองเป็นหุ้นส่วนของบริษัทหรือไม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เน้นว่าชาติใดชาติหนึ่ง แต่เน้นต่างชาติที่กระทำผิดทั้งหมด โดยหลังจากนี้จะขยายผลไปยังต้นทางบริษัทกฎหมายและสำนักงานบัญชีในการเอาผิดแน่นอน
ส่วนการเกิดกรณีใช้นอมินีมาจดทะเบียนเป็นเพราะกฎหมายหละหลวมหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน ไม่ได้หละหลวม แต่กรณีนี้เป็นการหาโอกาสช่องว่าง อย่างการเปิดให้จดทะเบียนออนไลน์ ทำให้สามารถเข้าไปแก้ไขผู้ถือหุ้นส่วนทางออนไลน์ได้มากกว่า
ขณะที่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า จังหวัดได้ตรวจสอบบริษัทจัดสรรที่ดิน 2,980 รายที่มีนิติบุคคลที่ถือครองที่ดิน และอยู่ในหัวหิน 1,811ราย และเป็นนิติบุคคลที่พบว่าชาวต่างชาติถือหุ้นเกินสัดส่วนถือครอง 49% อยู่ 80 ราย ทั้งหมดจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง มาตรวจสอบ แล้ว
ด้านรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่า กรมฯไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะมีมาตรการมาตั้งแต่ปี 2555 ว่าถ้ามีต่างชาติจัดตั้งบริษัทถือหุ้นเกิน 50%ต้องแสดงเอกสารทางบัญชีธนาคาร และที่เห็นคือ ลักษณะของการหลีกเลี่ยง โดยจัดตั้งบริษัทเป็นคนไทย 100% หลังจากนั้นไม่เกิน 2 เดือน ก็จะนำต่างชาติเข้ามา เปลี่ยนทะเบียนโดยไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆทั้งสิ้น ซึ่งขณะนี้พยายามจะล้างบางการกระทำดังกล่าว
โดยตั้งแต่ 1 ส.ค.69 ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพิ่มขึ้น ทำให้มีต่างชาติที่มาจดทะเบียนถือหุ้นแค่ 5 ราย จากปกติต่อเดือนเป็นหลักพันราย ทั้งนี้ ยืนยันว่า กรมฯ ยังเฝ้าระวังเรื่องนอมินีอย่างเคร่งครัด