เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ 6 รพ.ดังส่อเอี่ยวทำรัฐสูญ 4.8 พันล้าน

11 ก.ค. 2569 | titayu_pur

แฉเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ 6 รพ.ดังส่อเอี่ยวทำรัฐสูญ 4.8 พันล้าน

เจาะลึกเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ-สวมสิทธิ์คนไทย พบ 6 โรงพยาบาลเอกชนส่อเอี่ยวออกเอกสารเท็จ แคมเปญ 999 ทำรัฐสูญงบสวัสดิการพุ่ง 4,821 ล้านบาท

เจาะลึกเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ-สวมสิทธิ์คนไทย พบ 6 โรงพยาบาลเอกชนส่อเอี่ยวออกเอกสารเท็จ แคมเปญ 999 ทำรัฐสูญงบสวัสดิการพุ่ง 4,821 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • โมเดลแคมเปญ 999: ขบวนการฟอกสัญชาติสวมสิทธิ์เด็กจีนเป็นไทยในราคาต่ำกว่าแสนบาท โดยแม่จีนจะมาคลอดโดยไม่ฝากครรภ์ แล้วให้ชายไทยมาเซ็นรับรองเป็นพ่อเท็จ ซึ่งผลตรวจ DNA ยืนยันชัดเจนว่าไม่ตรงกัน
     
  • 6 รพ.เอกชนส่อเอี่ยว: ชุดสืบสวนพุ่งเป้า 6 โรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะ รพ.อักษรย่อ "ส." และ "พ." ย่านฝั่งธนบุรี ที่อาจมีผู้บริหารรับรู้หรือปล่อยปละละเลยให้พยาบาลออกเอกสารแจ้งเกิดเท็จเพื่อทำสูติบัตร
     
  • รัฐสูญงบ 4.8 พันล้าน: การสวมสิทธิ์ "กุมารจีน" ล็อตล่าสุด 164 คน กระทบภาษีคนไทยโดยตรง จากงบสวัสดิการเฉลี่ย 3.5 แสนบาทต่อคนต่อปี เมื่อคำนวณตามอายุขัย 70 ปี รัฐต้องแบกรับงบดูแลสูงถึง 4,821 ล้านบาท

11 กรกฎาคม 2569 ประเด็นร้อนหลัง ป.ป.ท. และตำรวจปราบปรามขบวนการ แก๊งกุมารจีน ล็อตล่าสุด 164 คน หลังพบพฤติการณ์ ฟอกสัญชาติ และ สวมสิทธิ์คนไทย อย่างเป็นระบบในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเครือข่ายนี้ใช้วิธีคลอดบุตรไม่ฝากครรภ์ ก่อนให้ชายไทยสวมรอยเซ็นรับรองบุตรเท็จ เพื่อแลกสวัสดิการรัฐ คาดมี โรงพยาบาลเอกชน ชื่อดังอย่างน้อย 6 แห่งรวมถึง รพ. ย่อ "ส." และ "พ." ส่อรู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยในการออกใบแจ้งเกิด นำไปสู่ความเสียหายต่อระบบงบประมาณแผ่นดิน และการขยายตัวของกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ

 

เจาะลึกกรณีขบวนการ “กุมารจีน” ล็อตล่าสุดจำนวน 164 คน ที่ถูกตรวจพบว่า เป็นการสวมสิทธิ์คนไทยอย่างเป็นขบวนการ โดยพฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถูกระบุว่า “ไม่ธรรมดา” และมีการทำงานที่สอดประสานกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนในโรงพยาบาลไปจนถึงการแจ้งเกิดที่เขต

  • เปิดโมเดล “ฟอกสัญชาติ” แคมเปญ 999

 

จากการสืบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า เครือข่ายฟอกสัญชาตินี้ใช้วิธีการมอบตัวตนคนไทยให้กับเด็กจีนในราคาที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อ โดยมีการจัดทำแคมเปญในชื่อ “999” ด้วยสนนราคาไม่ถึง 100,000 บาทต่อราย

 

แผนประทุษกรรมที่สำคัญคือ แม่ชาวจีนจะเข้ามาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลโดย “ไม่มีการฝากครรภ์” และไม่มีบิดามาแสดงตัวรับรองบุตรในช่วงแรก แต่เมื่อคลอดเสร็จสิ้น กลับมีบุคคลสัญชาติไทยมาปรากฏตัวเพื่อรับรองว่าเป็นบิดา อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจสอบในภายหลังด้วยการตรวจ DNA กลับพบว่าผลไม่ตรงกัน จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการ “สวมสิทธิ์” เพื่อหวังผลทางกฎหมายและสวัสดิการ

  • โรงพยาบาลเอกชน “ส.” และ “พ.” ถูกจับตา ส่อผู้บริหารรู้เห็น?

 

แหล่งข่าวระบุว่า มีโรงพยาบาลที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบอย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชน และมี 2 แห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ย่านฝั่งธนบุรี, โดยมีการระบุชื่อย่อโรงพยาบาลที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้:
 

  • โรงพยาบาลเอกชนชื่อย่อ “ส.”: มีข้อมูลว่าเด็กที่เกิดที่นี่มีพ่อแม่เป็นชาวจีนทั้งหมด แต่ทางโรงพยาบาลกลับแจ้งเกิดโดยสวมชื่อบิดาเป็นคนไทย เพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งพบว่าเรื่องนี้ทำกันมานานหลายปีและคนในโรงพยาบาลรับรู้
     
  • โรงพยาบาลชื่อย่อ “พ.”: เป็นโรงพยาบาลที่มีหลายสาขา และเป็นที่นิยมในหมู่คนจีนที่มาคลอดบุตร เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจมีการจัดโปรแกรมในลักษณะเดียวกับแคมเปญ 999 เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้
     

ประเด็นที่น่าสนใจคือ “ใบแจ้งเกิด” ที่พยาบาลจัดทำขึ้นเพื่อนำไปออกสูติบัตรที่สำนักงานเขตนั้น โดยปกติผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะต้องเป็นผู้ลงนาม การที่มีเด็กสวมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนหลักร้อยคน โดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน คือไม่ฝากครรภ์และเปลี่ยนตัวพ่อเป็นคนไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลอาจมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ

 

 

กราฟิกแฉเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ

 

 

  • รัฐสูญงบมหาศาล 4,821 ล้านบาท
     


ความเสียหายจากการสวมสิทธิ์ “กุมารจีน” ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องความมั่นคง แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาษีของคนไทยทุกคน, หากคำนวณจากสวัสดิการพื้นฐานที่รัฐจัดให้คนไทย 1 คน (การศึกษา สาธารณสุข บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ) จะมีรายละเอียดดังนี้:
 

  • ค่าสวัสดิการเฉลี่ย: 30,000 - 35,000 บาท ต่อคน/ต่อปี
  • คำนวณตามอายุขัย (70 ปี): รัฐต้องจ่ายงบประมาณดูแลกุมารจีน 1 คน เป็นเงินสูงถึง 29.4 ล้านบาท
  • ความเสียหายจากล็อตล่าสุด 164 คน: รวมมูลค่าความเสียหายสะพัดสูงถึง 4,821 ล้านบาท


ภัยเงียบ “ทุนสีเทา” ข้ามชาติ นอกจากงบประมาณที่สูญเสียไปแล้ว ขบวนการนี้ยังเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและการขยายเครือข่าย “ทุนสีเทา” ที่เข้ามาทำธุรกิจเอาเปรียบคนไทยในประเทศ แม้ที่ผ่านมาจะมีการทลายเครือข่ายไปบ้างแล้ว แต่ขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ กลับไม่ได้เกรงกลัวและยังคงกระทำความผิดต่อเนื่อง 


 

กราฟิกแฉเครือข่าย กุมารจีน ฟอกสัญชาติ

ข่าวล่าสุด