รวบอดีตปลัดอำเภอดอนสัก ทลายเครือข่ายโรฮิงญาสวมบัตรเลข 0
04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

บิ๊กราญนำทีมบุกจับอดีตปลัดอำเภอดอนสัก ร่วมแก๊งทลายเครือข่ายโรฮิงญาสวมบัตรเลข 0 ออกหมายจับ 17 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้าน กระทบความมั่นคงชาติ
ข่าว
04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

บิ๊กราญนำทีมบุกจับอดีตปลัดอำเภอดอนสัก ร่วมแก๊งทลายเครือข่ายโรฮิงญาสวมบัตรเลข 0 ออกหมายจับ 17 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้าน กระทบความมั่นคงชาติ
KEY
POINTS
4 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.นำกำลังร่วมกับ DOPA N.I.C.E. บุกจับกุมเครือข่าย ทุจริตทางทะเบียน ในพื้นที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบขบวนการช่วย ชาวโรฮิงญา ลักลอบ สวมบัตรเลข 0 โดยมีอดีตเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือ โดยตำรวจออกหมายจับรวม 17 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท เพื่อเร่งกวาดล้างอาชญากรรมและขบวนการฟอกเงิน ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
วันนี้ (4 ก.ค.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยการนำของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบภาค 8 และ สืบสวน จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี สนธิกำลังร่วมกับ กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายชาวโรฮิงญา สวมบัตร เลข 0” ปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียน
โดยคณะพนักงานสอบสวน ขอศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดจำนวน 17 หมายจับ ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอดอนสัก 1 ราย อดีตลูกจ้าง สย.อำเภอดอนสัก 1 ราย เจ้าบ้านผู้รับรอง 3 ราย และ ชาวโรฮิงญา (ผู้สวมสิทธิ) 12 ราย (อยู่ระหว่างหลบหนี 6 ราย) ในข้อหา
“ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใด ได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้งและรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ”
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย เมื่อต้นปี 2567 ว่าได้รับความเดือดร้อนจากชาวพม่า (โรฮิงญา) ที่กระทำผิดกฎหมาย จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน บัตรเลข 0 ที่ว่าการอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ทางกรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า นายไพรัช (สงวนนามสกุล) อดีตปลัดอำเภอดอนสัก ทำหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนและพวก จัดทำบัญชีบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน และออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ในช่วงปี 2564-2566 จำนวนสูงถึง 240 คนด้วยกัน จึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบจนพบขบวนการผู้กระทำความผิด
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า การทุจริตทางทะเบียนในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสวมสิทธิบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางทะเบียน การแจ้งเกิดเท็จ การสมรสเท็จ หรือการสวมสิทธิบุคคลที่ได้รับสิทธิทางการศึกษา
แต่สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในครั้งนี้ คือ "การทุจริตสวมสิทธิบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือบัตรหัวศูนย์ให้กับกลุ่มชาวโรฮิงญา" ซึ่งเป็นรูปแบบที่สร้างความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างยิ่ง สำหรับภูมิหลังและมิติของปัญหา กลุ่มชาวโรฮิงญาเหล่านี้ มีต้นทางอพยพมาจากรัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศเมียนมา โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อมุ่งหน้าสู่ประเทศที่สาม ซึ่งมีขบวนการค้ามนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง และมีบางส่วนที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการหลบหนีเข้าเมือง หรือใช้หนังสือเดินทางบางส่ว นเพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย จึงดิ้นรนเข้าสู่กระบวนการทุจริต เพื่อสวมบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ บัตรหัวศูนย์
สำหรับเครือข่ายนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนายหน้า ทำหน้าที่จัดหาเจ้าบ้านเพื่อให้รับบุคคลต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้าน และจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับเจ้าบ้าน จำนวน 1,000-2,000 บาทต่อราย อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บเงินจากกลุ่มคน ที่ยื่นขอมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) จำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 15,000,000 บาท และกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต โดยเจ้าหน้าที่ทะเบียน อำเภอดอนสัก จำนวน 1 คน และ ปลัดอำเภอ 1 คน ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการออกบัตร
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ทั้งนี้ หากกลุ่มชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้าเมืองได้รับบัตรหัวศูนย์แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สามารถจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองได้ เนื่องจากสถานะในบัตรระบุว่า เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างรอการพิสูจน์สัญชาติ ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มตั้งเป็นแก๊ง และมีการตั้งผู้นำหรือผู้ใหญ่บ้านในกลุ่มตนเอง เพื่อสร้างเป็นชุมชนในพื้นที่
ยิ่งไปกว่านั้นยังพบพฤติกรรมข่มเหงรังแก และกรรโชกทรัพย์เรียกค่าไถ่จากชาวโรฮิงญาด้วยกันเอง ถึงขั้นก่อเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกาย ซึ่งเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์ และสร้างปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่อย่างรุนแรง
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่จะขยายผลล้างเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนทั้งระบบ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบทุกมิติ ไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ ไม่มีการละเว้น ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมประสานทุกหน่วยงานเร่งดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อปิดช่องโหว่ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ
อีกทั้ง สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินการกับทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยจะตรวจสอบเส้นเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก