โดยตามแผนดำเนินการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ตามระเบียบใหม่ (พ.ศ. 2569) ตามที่สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ระบุรายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์ต้องย้ายไว้จำนวนถึง 1,098 ราย ทั่วประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามประกาศบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งครบกำหนดตามระเบียบย้าย เพื่อให้ข้าราชการทราบก่อนการพิจารณาย้ายไม่น้อยกว่า 30 วัน แล้ว รวมรายชื่อจำนวน 1,050 รายและล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช. ที่415/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งกำหนดให้นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานกรรมการกลั่นกรอง
เปรียบเทียบระเบียบการย้ายข้าราชการชั้นผู้น้อย “อัยการ-ศาล”
การให้เหตุผลในการออกระเบียบย้ายข้าราชการชั้นผู้น้อยของสำนักงาน ป.ป.ช. ดังกล่าว โดยอ้างถึงแนวปฏิบัติของศาลและอัยการ ทำนองว่ามีการย้ายข้าราชการในรูปแบบเดียวกันนั้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วปรากฏดังนี้
ข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยการโยกย้าย การย้าย และการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2565 หมวด 2 ข้อ 15 การโยกย้าย ให้พิจารณาตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ (1) การโยกย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ... ประกอบกับประกาศสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่อง หลักเกณฑ์การโยกย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเพื่อการพัฒนาเพิ่มพูนศักยภาพและประสบการณ์ของข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2565 ข้อ 6 การโยกย้ายเพื่อหมุนเวียนงาน
โดยมีสาระสำคัญคือ เป็นการโยกย้ายข้าราชการซึ่งได้ปฏิบัติราชการในสำนักงานเดียวติดต่อกัน ให้ไปปฏิบัติราชการในต่างสำนักงาน ซึ่งอาจเป็นสำนักงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน ภาคเดียวกัน พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกันหรือพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครเหมือนกัน หรือสำนักงานอื่นใดตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นสมควร โดยพิจารณาจากระยะเวลาและเงื่อนไข ดังนี้
ข้าราชการศาลยุติธรรม เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการย้ายข้าราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2546 หมวด 2 ประเภทการย้าย โดยในส่วนที่ 1 การย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ข้อ 14 มีสาระสำคัญระบุให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการเป็นคราว ๆ ไปได้ ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยฟังความเห็นของผู้บังคับบัญชาและผู้พิพากษา ซึ่งเป็นหัวหน้าในศาลยุติธรรมของข้าราชการศาลยุติธรรมแห่งนั้นประกอบการพิจารณา ประกอบกับหลักเกณฑ์การหมุนเวียนงานของข้าราชการศาลยุติธรรม (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ ศย023/ว3 ลงวันที่ 4 มกราคม 2565) ข้อ 3 สำนักงานศาลยุติธรรมหรือผู้อำนวยการอาจหมุนเวียนงานของข้าราชการศาลยุติธรรมในตำแหน่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ประกอบกับหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ ศย023/1094 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 การหมุนเวียนงานของข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ 1 ระบุถึงการหมุนเวียนงานโดยการย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่น ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน หรือตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเหมือนกัน และหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ ศย023/1371 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 การหมุนเวียนงานของข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ 1 มีสาระสำคัญทำนองเดียวกัน ในการย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่น ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน หรือตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเหมือนกัน โดยฟังความเห็นของผู้บังคับบัญชาของข้าราชการศาลยุติธรรมประกอบการพิจารณา
ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบระเบียบและหลักเกณฑ์การโยกย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานศาลยุติธรรม เฉพาะในส่วนของข้าราชการชั้นผู้น้อย แม้จะมีการอ้างเป็นไปตามแนวปฏิบัติของศาลและอัยการก็ตาม แต่ระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ออกมาบังคับใช้ฉบับใหม่นั้น กลับมีความเข้มงวดยิ่งกว่าสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานศาลยุติธรรมอีกด้วย จึงสรุปได้ตามตาราง ดังนี้
ตารางสรุป การเปรียบเทียบระเบียบและหลักเกณฑ์การโยกย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานศาลยุติธรรม เฉพาะในส่วนของข้าราชการชั้นผู้น้อย