"กมธ.คมนาคม" รับไม่ได้! ฉะ รฟท. ช่องโหว่เพียบ "ทั้งคนขับเสพยา-กล้องวงจรปิดเวลาไม่ตรงกัน"
20 พ.ค. 2569

"กมธ.คมนาคม" รับไม่ได้! ฉะ รฟท. ช่องโหว่เพียบ "ทั้งคนขับเสพยา-กล้องวงจรปิดเวลาไม่ตรงกัน" จี้สุ่มตรวจเข้ม หลังเหตุสลด "รถไฟชนรถเมล์"
ข่าว
20 พ.ค. 2569

"กมธ.คมนาคม" รับไม่ได้! ฉะ รฟท. ช่องโหว่เพียบ "ทั้งคนขับเสพยา-กล้องวงจรปิดเวลาไม่ตรงกัน" จี้สุ่มตรวจเข้ม หลังเหตุสลด "รถไฟชนรถเมล์"
20 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม วุฒิสภา กล่าวภายหลังเชิญ 9 หน่วยงานมาหารือกรณีรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะที่แยกมักกะสัน ว่า
ได้มีการสอบถามถึงสาเหตุและการดำเนินการสอบสวนของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงปรึกษาหารือในประเด็นการบูรณาการร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นอีก โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำผิดกฎจราจร ความประมาท รวมถึงการไม่รักษาวินัยด้านการจราจรจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย
ทั้งนี้ หลายหน่วยงานได้มีการเสนอแผนหลายด้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ โดย 6 ใน 9 หน่วยงานที่เชิญมา เช่น ขสมก. , กรมการขนส่งทางบก ล้วนมีผู้ตรวจการเป็นของตัวเอง จึงเสนอให้มาบูรณาการร่วมกัน
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร
นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ ได้ขอให้แต่ละหน่วยงานเข้มงวดกวดขันบุคลากรของตนเอง โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่แม้จะมีมาตรฐานในการเดินรถอยู่แล้ว แต่ควรจะนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง และผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำรถต้องไม่มีเรื่องของการใช้สารเสพติด สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าจำนวนอาจจะไม่เพียงพอ แต่จะต้องปรับการทำงานในช่วงการจราจรคับคั่ง
ส่วนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะต้องไปอบรมเจ้าหน้าที่ให้เคารพเรื่องกฎจราจร พร้อมเสนอให้หน่วยงานต่างๆ พัฒนาเครื่องมือในการควบคุมการจราจร และการออกแบบกายภาพทางถนนที่คำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าจะเน้นไปที่ความสะดวกสบาย และที่สำคัญทุกฝ่ายต้องรู้หน้าที่ของตนเอง ไม่ละเมิดผู้อื่น
นายวุฒิชาติ ยังย้ำว่า การหารือตลอด 2 ชั่วโมงเน้นให้ข้อเสนอแนะไปยัง รฟท. เพราะสิ่งที่ไม่สบายใจอย่างที่สุดคือกรณีการพบสารเสพติดในตัวผู้ปฏิบัติงานควบคุมรถ ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยต้องมีการสุ่มตรวจมากขึ้น ทั้งสารเสพติดและปริมาณแอลกอฮอล์ และขอให้กรมการขนส่งทางรางบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังไม่ต้องเกรงใจใคร ส่วนประเด็นทางด้านวิศวกรรมรถไฟและจุดตัดต่างๆ ไม่ได้มีข้อกังวล เพราะมีแผนแก้ปัญหาในอนาคตอยู่แล้ว
“ศุภณัฐ” ติดใจคดีคนขับรถไฟอยู่ไหนช่วงเกิดเหตุ อึ้งกล้อง กทม. จับคนผิดแต่ไม่ส่งดำเนินคดี
ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุม กมธ. ว่า ประเด็นแรกเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตได้รับเงิน 2,390,000 บาท แต่ยังจ่ายไม่ได้ เนื่องจากมี 2 ราย ที่ยังพิสูจน์อัตลักษณ์ไม่ได้ ส่วนอีก 6 ราย ทางประกันแจ้งว่าไม่มีเลขประจำตัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งได้ให้ตำรวจเร่งส่งข้อมูลให้บริษัทประกันแล้ว
ในส่วนของ รฟท. ยืนยันว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ กมธ. เสนอให้ไปอัปเกรดระบบ เช่น การติดกล้องเพิ่ม เนื่องจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องระบบเวลาไม่ตรงกัน นอกจากนี้ ที่ผ่านมาไม่มีระเบียบของ รฟท. ที่รองรับการตรวจสารเสพติดระหว่างทำงานเลย มีแค่ตรวจตอนสมัครงานและต่อใบอนุญาต แต่ขณะนี้มี พ.ร.บ. ขนส่งทางราง ออกมาใหม่ รฟท. จะรับไปดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม รฟท. เรียกร้องว่าจุดตัดถนนมีเยอะเกินไป มีทุก 1 กิโลเมตร หากต้องหยุดทุกจุดคงไม่ต้องไปไหน และนายสถานีต้องทำทุกอย่าง ทั้งเอาไม้กั้นลง โบกธง ใช้วิทยุ และจัดการจราจร จึงอยากให้เห็นใจ ส่วนเรื่องการไม่ให้รถไฟเข้าเมือง หน่วยงานยืนยันว่าเป็นแค่การศึกษาเท่านั้น ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ต้องทบทวนเรื่อง Missing link นำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วน
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นปัญหาหลัก และพบว่า กทม. ไม่มีกล้องซีซีทีวีที่จับการกระทำผิดได้เลย ส่วนในพื้นที่อื่น กทม. เอาข้อมูลผู้กระทำผิดไปไว้ในถังข้อมูลกลาง แต่ไม่ได้ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีโดยตรง ตำรวจก็มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนและเจ้าหน้าที่ไม่พอ นอกจากนี้ยังพบว่าคนผิดจำนวนมากไม่มีใบขับขี่ ทำให้ไม่สามารถยึดใบขับขี่หรือปรับแต้มได้ ซึ่งตำรวจอยากให้แก้ไข พ.ร.บ. รถยนต์
เมื่อถามว่ามีอะไรที่ยังติดใจหรือไม่
นายศุภณัฐ กล่าวว่า ยังติดใจตัวคดีนี้ โดยเฉพาะพฤติกรรมขับขี่ และคนขับรถไฟอยู่บนรถหรือไม่ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งจุดที่คนขับอยู่ในช่วงเหตุยังไม่มีการยืนยัน ต้องรอตำรวจสอบสวน แต่ตนคิดว่าปัญหาหลักคือเรื่องวินัยจราจรที่คนไม่เคารพกฎหมายมากกว่า
#รถไฟชนรถเมล์ #แยกมักกะสัน #ศุภณัฐมีนชัยนันท์ #กมธคมนาคม #คนขับรถไฟ #ขสมก #การรถไฟแห่งประเทศไทย #วินัยจราจร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้
ข่าวล่าสุด