“โทน บางแค” ร้องนายกฯ หวั่นโดน บิ๊ก ตร. ยัดเยียดข้อกล่าวหา
19 พ.ค. 2569

“โทน บางแค ” ร้องนายกฯ ขอความเป็นธรรม หวั่นโดน บิ๊ก ตร. ยัดเยียดข้อกล่าวหา ด้านเซียนพระร่วมแฉ ถูกทำร้าย-โดนเบี้ยวเงิน 65 ล้าน แต่กลับตกเป็นผู้ต้องหา
ข่าว
19 พ.ค. 2569

“โทน บางแค ” ร้องนายกฯ ขอความเป็นธรรม หวั่นโดน บิ๊ก ตร. ยัดเยียดข้อกล่าวหา ด้านเซียนพระร่วมแฉ ถูกทำร้าย-โดนเบี้ยวเงิน 65 ล้าน แต่กลับตกเป็นผู้ต้องหา
19 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง พร้อมด้วยบรรดาเซียนพระหลายราย เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมีหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกดำเนินคดีกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงมาดามเก่ง รวมทั้งยังมีเซียนพระบางรายถูกทำร้ายร่างกาย
โทน บางแค เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องของนายตำรวจระดับสูงนายหนึ่ง ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีพิพาททางหนี้สิน แต่ปรากฏว่า นายตำรวจคนดังกล่าวกลับออกมาให้ข่าวและสัมภาษณ์กับรายการสื่อต่างๆ ในลักษณะของการชี้นำสังคมว่า ตนเป็นคนคดโกง ทำขบวนการฉ้อฉล ไปจนถึงกล่าวหาว่าเป็นโจรกระจอก บางครั้งก็พูดว่า ถ้างูเข้าบ้านกับเซียนพระเข้าบ้าน จะตีเซียนพระก่อน หนักสุดก็ถึงขั้นบอกว่าคนที่ซื้อขายพระกับตนจะเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินและรับของโจร
หลายคำพูดที่มีการพูดออกมา มีลักษณะของการชี้นำสังคมว่า ตนเป็นคนไม่ดี กลายเป็นการชี้นำทำให้สังคมตัดสินไปแล้วว่าตนเป็นคนผิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาบอกว่า จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตน แต่พอตนไปแสดงตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจก็ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตนเลย
ซึ่งลักษณะของ การชี้นำสังคมแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของตนอย่างมาก แทบจะไม่มีใครมาซื้อขายพระกับตน เพราะกลัวเรื่องรับของโจรและฟอกเงิน ทั้งที่ตนได้ทำธุรกิจอย่างสุจริต
จากพฤติกรรมของ นายตำรวจท่านนั้น ตนเลยรู้สึกไม่สบายใจ และ เกรงว่า จะใช้ตำแหน่งทางราชการมาชี้นำสังคม จึงตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าวมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจคนนี้
ไปจนถึงการตรวจสอบการดำเนินคดีต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตนว่า เป็นธรรมกับตนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ได้เคยยื่นขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้นำสำนวนคดีออกจากความรับผิดชอบของนายตำรวจที่เป็นคู่กรณีกับตน แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ตนกังวลว่าจะเป็นการยัดเยียดข้อหาความผิดให้กับตน ทั้งที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร
จึงคาดหวังว่า เนื่องจากนายอนุทินมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องพระเช่นเดียวกัน หวังว่าท่านจะรับทราบความเดือดร้อนของตนและให้ความเป็นธรรมกับตนต่อไป
ส่วนเรื่องรายละเอียดกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นั้น ตนขอไม่ให้สัมภาษณ์หรือให้รายละเอียดใดๆ แล้ว ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตนไม่ใช่ 9 เซียนพระที่มีการแถลงว่าร่วมกันฉ้อโกง รวมทั้งขอว่าอย่าเหมารวมว่าเซียนพระทุกคนเป็นคนไม่ดี ส่วนตัวตอนนี้แม้ยอมรับว่าเคยพูดเห็นใจเจ้าหนี้ที่มีข้อพิพาทกัน แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการที่ตนมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะถึงยังไงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีต้นทางมาจากอะไร ทุกคนรู้กันดี ตอนนี้ตนทำได้เพียงทำธุรกิจเพื่อหาเงินมาชดใช้หนี้
ขณะเดียวกัน ยังมีเซียนพระอีก 2 ราย ที่มาร่วมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แก่ “หนุ่ม นครปฐม” ที่มาร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องที่เคยถูกทำร้ายร่างกาย จนทำให้เลือดออกในสมองและเกิดภาวะเนื้องอกในสมอง
แต่คดีผ่านมาเกือบปี แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่คดีดังกล่าวมีลักษณะของการวางแผนทำร้ายร่างกายและเป็นเรื่องหนี้สิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ไม่ชี้ชัดว่าคู่กรณีคนดังกล่าวมีส่วนพัวพันหรือไม่
ขณะที่ นาย เจน ปิยะทัต เปิดเผยว่า ตนกลับถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการฉ้อโกงมาดามเก่ง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ตนเป็นเจ้าหนี้ถึง 65 ล้านบาท เรื่องการซื้อขายพระ รวมทั้งมีกรณีพยายามเปลี่ยนคดีอาญาเป็นคดีแพ่ง เรื่องนี้ตนรับไม่ได้อย่างมาก จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี และหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากนายกรัฐมนตรี
ด้านนายนัท แฟนพันธุ์แท้ จตุคามรามเทพ ปี 2007 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มีรุ่นน้อง 2 คน ที่ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ เนื่องจากถูกดำเนินคดีเช็คเด้ง แม้ว่าจะมีความผิดเกิดขึ้นจริง แต่รุ่นน้องทั้งสองคนถูกกระทำในลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับ “โทน บางแค” คือ การไม่ยอมทำตามสัญญาที่จะมีการถอนแจ้งความและบีบบังคับให้โอนบ้าน อีกทั้งยังถูกทำร้ายร่างกายจากกรณีหนี้สินที่เกิดขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้ตนจะช่วยเหลือรุ่นน้องทั้งสองด้วยการให้ทั้งคู่เขียนเรื่องราวผ่านจดหมาย และจะนำมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีในภายหลัง
ข่าวล่าสุด