กัมพูชา ยั่วยุชายแดน “โอร์เสม็ด-ช่องจอม” 2 ระลอก ยิงเช็กแนว 11 นัด
14 พ.ค. 2569

กองทัพบก เผย “กัมพูชา” ยั่วยุ 2 รอบ ชายแดน “โอร์เสม็ด-ช่องจอม” พบทหารกัมพูชา 10-15 คน พร้อมชาวต่างชาติ 2 คน เข้าใกล้แนวลวดหนาม-อัดคลิป
ข่าว
14 พ.ค. 2569

กองทัพบก เผย “กัมพูชา” ยั่วยุ 2 รอบ ชายแดน “โอร์เสม็ด-ช่องจอม” พบทหารกัมพูชา 10-15 คน พร้อมชาวต่างชาติ 2 คน เข้าใกล้แนวลวดหนาม-อัดคลิป
14 พฤษภาคม 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยเมื่อกลางดึกว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตรวจพบเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รวม 2 เหตุการณ์
โดยในช่วงเช้า (13 พ.ค. 69) เวลาประมาณ 09.00 น. หน่วยได้ตรวจพบทหารกัมพูชาประมาณ 10-15 คน พร้อมด้วยชาวต่างชาติ 2 คน มีพฤติกรรมยั่วยุ เข้ามาใกล้แนวเขตลวดหนามและทำการบันทึกวิดีโอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผล จึงดำเนินการยิงเตือนจำนวน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และป้องปรามการกระทำที่อาจขัดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ตลอดจนเพื่อลดความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน
ต่อมาเวลา 18.40 น. หน่วยได้ตรวจพบเหตุเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณเดียวกัน โดยตรวจพบการยิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่ได้มีการตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม กองทัพบก โดยกองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังและพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีการรุกล้ำอธิปไตย โดยยึดถือหลักปฏิบัติตามข้อตกลงและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ และหากประชาชนพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยทหารในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้กองกำลังสุรนารีและหน่วยด้านความมั่นคงในพื้นที่ยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ
ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายไทยและหน่วยในพื้นที่จะดำเนินการตามกฎการปะทะ (Rules of Engagement : ROE) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักความอดทน อดกลั้น และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม รวมถึงกฎหมายและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันกองทัพไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน หากเกิดสถานการณ์รุกล้ำหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติม ว่า ไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขตามแนวชายแดน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นการยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด
ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชาในบางกรณีถือเป็นการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งฝ่ายไทยจะรวบรวมข้อมูลและบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ รวมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันความสับสนจากข่าวบิดเบือนในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร
ข่าวล่าสุด