แฉข้อมูล “หนุ่มจีน” ฝึกยิงปืน-ปาระเบิดหน่วยรบพิเศษกัมพูชา
09 พ.ค. 2569

ตร.เร่งขยายผล “หนุ่มจีน” ซุกอาวุธสงคราม เผยใช้ AI คำนวณแรงระเบิด พกพาสปอร์ตโดมินิกา-วีซ่า Elite เข้าออกไทยนับสิบครั้ง พร้อมฝึกยิง-ปาระเบิดกับหน่วยรบพิเศษกัมพูชา
ข่าว
09 พ.ค. 2569

ตร.เร่งขยายผล “หนุ่มจีน” ซุกอาวุธสงคราม เผยใช้ AI คำนวณแรงระเบิด พกพาสปอร์ตโดมินิกา-วีซ่า Elite เข้าออกไทยนับสิบครั้ง พร้อมฝึกยิง-ปาระเบิดกับหน่วยรบพิเศษกัมพูชา
9 พฤษภาคม 2569 กรณีอุบัติเหตุรถยนต์หรูเสียหลักพุ่งเฉี่ยวชนแท่นปูนแบริเออร์ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน เข้าตรวจสอบและพบสิ่งผิดปกติภายในรถยนต์ นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง พื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมถึงระเบิด C4 ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัยคือมีการค้นข้อมูลอานุภาพระเบิดผ่าน AI คล้ายเตรียมก่อเหตุรุนแรง แถมมีหลักฐานฝึกใช้อาวุธกับหน่วยรบพิเศษกัมพูชา
นอกจากนี้ พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไทยกัมพูชาหลายสิบครั้ง โดยใช้วีซ่า Thailand Elite พร้อมถือทั้ง “บัตรชมพู” และพาสปอร์ตโดมินิกา ตำรวจเร่งสาวลึกทุกมิติ หวั่นโยงเครือข่ายภัยความมั่นคงข้ามชาติ
ทั้งนี้ ภายหลังหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) สามารถปลดชนวนระเบิดซีโฟร์ (C-4) ได้สำเร็จจนปลอดภัย พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 สั่งการให้พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ลงพื้นที่เกาะติดคดีและเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้น ตำรวจสามารถยึดของกลางได้ดังนี้ ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคล ชนิดเดียวกัน จำนวน 4 ลูก, ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 จำนวน 1 ลูก, ระเบิดสังหารชนิดกับดัก แบบฝักข้าวโพด จำนวน 4 ลูก, ลูกระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 1 ลูก, เชื้อปะทุของลูกระเบิดสังหาร จำนวน 3 อัน, ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง ไม่ทราบน้ำหนัก, ดินระเบิด c4 น้ำหนัก 1.1/4 ปอนด์ จำนวน 2 แท่ง, รีโมตจุดชนวน, อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก, พร้อมเครื่องกระสุนหลากหลายขนาดเป็นจำนวนมาก, รวมถึงแกลอนบรรจุน้ำมันเบนซินอีกหลายลิตร
จากการตรวจสอบ เครื่องกระสุนปืนไรเฟิลจู่โจม พบว่าส่วนใหญ่เป็นกระสุนของทางการทหารไทย เนื่องจากตัวกระสุนมีลักษณะหัวสีเขียว ส่วนวัตถุระเบิดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นของประเทศใด
ขณะที่บางส่วน โดยเฉพาะระเบิดซีโฟร์ พบว่าผู้ต้องหาประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ซึ่งต่อพ่วงกับเสื้อเกราะกันกระสุน โดยจุดชนวนผ่านรีโมต
ส่วนอาวุธปืนพกสั้นตรวจสอบเป็นของตำรวจนายหนึ่ง ในพื้นที่นครบาล ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล ว่าตำรวจเจ้าของปืนพกสั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร
สำหรับการตรวจเช็กมือถือของผู้ต้องหาพบข้อมูลเป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะในแอปพลิเคชัน Chat GPT มีการสอบถาม AI ถึงอานุภาพความรุนแรงของซีโฟร์ว่าถ้าหากระเบิดซีโฟร์ทำงานจะสามารถทำลายล้างอะไรได้บ้าง ซึ่งเหมือนมีแผนลักษณะเตรียมวางคาร์บอมบ์ หรือก่อวินาศกรรมอะไรบางอย่าง เนื่องจากพบว่าตัวผู้ต้องหาเอง มีการไปซ้อมยิงปืน ปาระเบิดกับทหารหน่วยรบพิเศษของประเทศกัมพูชา ตามหลักฐานที่พบในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด หาความเชื่อมโยงทุกมิติ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยของผู้ต้องหา พบว่าในช่วงปี 2565-2569 ผู้ต้องหามีการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาหลายสิบครั้ง โดยใช้วีซ่า “Thailand Elite” ในการพำนักภายในราชอาณาจักร อีกทั้งยังตรวจพบว่า ผู้ต้องหาครอบครองทั้งบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรชมพู” รวมถึงหนังสือเดินทางประเทศโดมินิกาอีกด้วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะบุคคลเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อประกอบการขยายผลด้านความมั่นคงต่อไป
ทางด้าน พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผย หลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยระบุว่าตำรวจได้มีการขยายผลจากกรณีที่รถของผู้ต้องหานั้นเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ และได้มีการตรวจสอบภายในรถยนต์คันที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนและแม็กกาซีน ตำรวจจึงได้มีการขยายผลมายังบ้านของผู้ต้องหา ก็พบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด รวมถึงน้ำมัน ขณะที่ในทางสืบสวน ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีการกำชับให้ดูในเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัย
ส่วนคดีที่จะคล้ายกันกับคดีที่ราชประสงค์หรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยง และจากการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวหรือโรคประจำตัว ผู้ต้องหาได้แสดงหลักฐานว่ามีโรคประจำตัวภาวะซึมเศร้า แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งจะต้องให้ทางนักจิตเวชดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งอย่างละเอียด
ส่วนอาวุธปืนที่พบ ผู้ต้องหาได้มีการซื้ออาวุธปืนในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดระยอง แต่ในทางสืบสวนตำรวจจะต้องมีการนำอาวุธปืนของกลางไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
นอกจากนี้ ทีมข่าวเนชั่นฯ ได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่อีโอดี เกี่ยวกับห้องที่พบของกลางอาวุธปืนและวัตถุระเบิด โดยภายในห้องที่เป็นบริเวณกระจกโดยรอบ ผู้ต้องหาได้มีการใช้แผ่นฉนวนกันความร้อน ปิดกั้นไม่ให้มีแสงจากภายนอกส่องเข้ามายังบริเวณพื้นที่ภายในห้อง และเพื่อไม่ให้เกิดอุณหภูมิความร้อนขึ้นภายในห้อง
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว โดยสั่งการเร่งให้ตำรวจเร่งขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคงของประเทศ
ข่าวล่าสุด