สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญ 6 ประเด็น คือ
- ขอให้รัฐบาลใช้อำนาจบังคับใช้กฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด
- ลงโทษแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในระดับสูงสุด
- เสนอจัดทำแอปพลิเคชันกลางสำหรับบริการรถรับจ้างทุกประเภท
- ขอแก้กฎหมายเพื่อลดต้นทุนและเปิดโอกาสการลงทุนในระบบแท็กซี่
- ขยายอายุใช้งานรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี และรถไฟฟ้าเป็น 15 ปี
- ให้รัฐมีอำนาจกำหนดอัตราค่าโดยสารอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือ ตัวแทนกลุ่มผู้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล โดยระบุว่าการประชุมใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาที ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจปัญหา และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล โดยคำชี้แจงส่วนใหญ่เป็นเพียงการรับเรื่องไปพิจารณาไม่มีกรอบเวลาแน่นอน
นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มยังสะท้อนถึงภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่โดยตรง ขณะที่ค่าโดยสารไม่สามารถปรับขึ้นได้ตามกลไกที่กำหนด เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น บัตรส่วนลดหรือคูปองค่าน้ำมัน และก๊าซ LNG หรือ LPG อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับท่าทีการเคลื่อนไหวในระยะต่อไป ตัวแทนกลุ่มระบุว่าจะประเมินสถานการณ์จากความเดือดร้อนของผู้ขับขี่ทั่วประเทศเป็นหลัก โดยยอมรับว่าศักยภาพของกลุ่มยังมีจำกัด และยังไม่มีแผนจัดกิจกรรมเพิ่มเติมในระยะนี้ หากไม่ได้รับแรงสนับสนุนในวงกว้างจากผู้ประกอบอาชีพเดียวกัน