เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิพัฒน์" จ่อชง ครม. สานต่อแลนด์บริดจ์ ย้ำพร้อมเคลียร์กับ ปชช.

25 เม.ย. 2569

"พิพัฒน์" จ่อชง ครม. สานต่อแลนด์บริดจ์ ย้ำพร้อมเคลียร์กับ ปชช.

สะเทือนเศรษฐกิจโลก! “พิพัฒน์” จ่อชง ครม.เดินหน้าแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้าน คว้าโอกาสจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ชูจุดแข็งเชื่อม 2 ฝั่งมหาสมุทร ยันรัฐไม่ควักกระเป๋า แต่ให้สัมปทานที่ดินล่อใจนักลงทุนทั่วโลก!

25 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงโครงการที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทย หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการ ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ คือ โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ที่คาดว่า ต้องใช้งบลงทุน 1 ล้านล้าน โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ อาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทย ในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร 


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า เราจะไม่ได้ประโยชน์เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่า จริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่ง ไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น

โดยโครงการนี้จะเริ่มภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้น เราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูล ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน

 

ส่วนกระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น่าจะช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเร่งนับหนึ่งให้ได้ภายในปีนี้ โดยตั้งงบประมาณไว้ประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เขามาลงทุน

 

ทั้งนี้ จะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ด้วย ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ NGO เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว

 

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้