อดีตนายกฯสภาทนายความ เตือนภัย คลินิกความงาม เเอบรูดบัตรลูกค้า
12 เม.ย. 2569

”วิเชียร“ อดีตนายกฯสภาทนายความ เตือนภัย กลโกงคลินิกความงามย่านรามอินทรา หลอกขายโปรโมชั่น เเต่แอบรูดบัตรเครดิตเหยื่อเพิ่ม 3แสนบาท ชี้ผิดกฎหมายหลายข้อหา เเนะร้อง สคบ.
ข่าว
12 เม.ย. 2569

”วิเชียร“ อดีตนายกฯสภาทนายความ เตือนภัย กลโกงคลินิกความงามย่านรามอินทรา หลอกขายโปรโมชั่น เเต่แอบรูดบัตรเครดิตเหยื่อเพิ่ม 3แสนบาท ชี้ผิดกฎหมายหลายข้อหา เเนะร้อง สคบ.
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ เปิดเผยว่าได้มีผู้เสียหาย (ขอสงวนนาม) ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ตกเป็นผู้เสียหายได้เดินทางมาพบและให้ข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้มีเหยื่อจำนวนมากถูกหลอกลวงจากสถานเสริมความงามที่อ้างว่าเป็นคลินิกเวชกรรมย่านถนนรามอินทรา
โดยมีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายอาญา ได้ร่วมกันกระทำการเป็นกระบวนการในรูปแบบกระทำผิด ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายคือบุคคลผู้สนใจไปใช้บริการเสริมความงามทั้งที่เป็นขาจรและขาประจำที่มีบัตรเครดิตของสถาบันการเงินต่างๆ ในการชำระค่าบริการ
ซึ่งจะมี พนักงานประจำใช้จิตวิทยาหว่านล้อม ชักชวน ชักนำ กดดัน และล่อลวง ให้ซื้อ Package โดยอ้างโปรโมชันเกินจริง เช่น “รูดบัตรเครดิตชำระค่าบริการจำนวน 50,000 บาท จะได้รับ Cashback คืนถึงจำนวน 35,000 บาท เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งบัตรเครดิตให้พนักงานทำรายการซื้อ Package พนักงานจะอาสาทำรายการคืนเงิน Cashback ให้เอง ผ่านทางเครื่องโทรศัพท์ของเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
ในระหว่างถือโทรศัพท์และบัตรเครดิตของเหยื่อ พนักงานจะแอบรูดบัตรเครดิตเกินจำนวนที่ตกลงโดยไม่ได้รับอนุญาต (เช่น ตกลง 50,000 บาท แต่แอบรูด บัตรเครดิตเพิ่มอีกจำนวน 300,000 บาท) และ แอบลบข้อความ SMS แจ้งเตือน จากธนาคารทันทีเพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัวในขณะนั้น
แต่คลินิกเวชกรรม แห่งนี้ไม่ได้เรียกเก็บเงินจากธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต ที่เหยื่อนำไปใช้เป็นการชำระค่าบริการในการซื้อ Package แต่ปลายทางเงินกลับถูกโอนไปยังคลินิกเวชกรรมในสาขาต่างจังหวัด และใบเสร็จรับเงินถูกออกในนามบริษัทอื่น เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
สำหรับการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้หลายช่องทางกล่าวคือนำพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
หรือผู้เสียหายสามารถมอบหมายแต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องคดีให้ผู้กระทำความผิดรับโทษทั้งทางอาญา และเรียกค่าเสียหายได้ด้วยตนเอง
ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้กล่าวต่อไปอีก ความผิดทางอาญาอาจเข้าข่ายฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และฐานความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 269/7 ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้ เป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 อีกต่างหาก
ข่าวล่าสุด