มติเอกฉันท์เลือก“วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” นั่งประธานรุ่น บยส.รุ่น 27
16 มี.ค. 2569
มติเอกฉันท์เลือก“วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” นั่งประธานรุ่น บยส.27 นิสัยใจถึงชอบช่วยเหลือ เปิดประวัติอัยการสอบสวนสายบู๊ ฉายา “อัยการเอฟบีไอ”
ข่าว
16 มี.ค. 2569
มติเอกฉันท์เลือก“วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” นั่งประธานรุ่น บยส.27 นิสัยใจถึงชอบช่วยเหลือ เปิดประวัติอัยการสอบสวนสายบู๊ ฉายา “อัยการเอฟบีไอ”
เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเเรม เเมนดาริน โอเรียลเต็ล หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่ 27 ได้มีการมติเลือก นาย วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานรุ่น บยส.27 โดยการโหวตของสมาชิกในรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศความสามัคคีของเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับหลักสูตร บยส. เป็นหลักสูตรสำคัญของศาลยุติธรรม ที่รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งฝ่ายตุลาการ อัยการ ตำรวจ และหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาระบบยุติธรรมของประเทศ เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นโดย สำนักงานศาลยุติธรรม ผ่าน สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม โดยรุ่น 27 มีผู้เข้าร่วมอบรม รวม 90 คน จากหลายหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นผู้มีวิชาชีพทั้งศาล อัยการ ตำรวจ หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ
สำหรับบุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักและปรากฏชื่อใน บยส.27 อาทิเช่น นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา,นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ซึ่งเป็นคิวประธานศาลฎีกาปี 2570 , นายสุเทพ รุ่งวิทยนันท์หรือ เฮียติ่ง รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ, นายโยธิน ดำเนินชาญวณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน),
พลอากาศเอก (พล.อ.อ.) คิดควร สดับ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ , นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรมช.คลัง ,นางสาวระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ นักธุรกิจ/กูรูอาหารชื่อดัง และ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการปปง.
สำหรับนาย วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ ชื่อเล่นว่า “กุ๊ก” เป็นชาวอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สำเร็จการศึกษาระดับนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนศึกษาต่อระดับนิติศาสตรมหาบัณฑิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสอบผ่านเนติบัณฑิตไทย นอกจากนี้ยังได้รับนิติศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย
นายวัชรินทร์ผ่านหลักสูตรสำคัญหลายหลักสูตร อาทิ นักปกครองระดับสูง (นปส)รุ่นที่ 53 หลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูง (บยสส.) รุ่นที่ 3 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 62 หลักสูตรอธิบดีอัยการรุ่นที่15 ซึ่งได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นรวมถึงหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง(บยส.) รุ่นที่ 27 ซึ่งเจ้าตัวได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นเช่นกัน
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่โดดเด่นคือการผ่านการอบรมด้านการบริหารคดีสำคัญ (Major Case Management) จากFBI Academy เมืองควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา จนได้รับฉายาว่า “อัยการเอฟบีไอ”
เส้นทางการทำงานในสายอัยการของวัชรินทร์ผ่านตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เลขานุการสำนักงานคดีอาญาเลขานุการสำนักงานคดีพิเศษรวมทั้งอัยการจังหวัดในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ ราชบุรี สมุทรสงคราม นครสวรรค์ อัยการจังหวัดพัทยา ก่อนก้าวขึ้นเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน โดยสังกัดอยู่สำนักงานการสอบสวนมายาวนานจนเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เเละขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน
เคยได้รางวัลอัยการดีเด่นช่วงที่ผ่านมา ได้รับความไว้วางใจจากอัยการสูงสุดหลายคนในการลงไปร่วมสอบสวนคดีสำคัญระดับประเทศจำนวนมาก เช่น มีบทบาทได้รับอนุญาตเป็นหัวหน้าคณะทำงานสอบสวนร่วมกับ DSI เเละพนักงานสอบสวนตำรวจจำนวนมาก อาทิ คดีปล้นปืนทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดน, คดีปิ๊กนิค ,คดีรถหรู ,คดีฮั้วประมูลหลายโครงการ ,คดีทุจริตภาษีน้ำมันความเสียหายหลายหมื่นล้าน ,คดี เครือข่าย ตุน มิน ลัต ,หัวหน้าชุดคดีเป้รักผู้การ ที่มีการกล่าวหา อดีตผู้บังคับการชลบุรีเรียกเงิน140 ล้านบาท ,คดีลุงเปี๊ยกโดนยัดข้อหา ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ คดี7 ตำรวจจราจรรุมกระทืบหนุ่มผิดตัว ,ยังได้เป็นอัยการที่ปรึกษาในคดีกำนันนกยิงสารวัตรสิวตายในบ้านเเละนั่งเป็น ที่ปรึกษาคดีพิเศษสอบบริษัท กำนันนกฮั้วประมูลสร้างทางหลวง , คดีทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด ฉ้อโกงเจ๊อ้อย เเละล่าสุดนั่งหัวหน้าคณะทำงานคดีความผิดนอกราชอาณาจักรคดีสอบคลิปเสียงฮุนเซนเป็นภัยความมั่นคง,คดีผู้นำประเทศกัมพูชาสั่งยิงระเบิดเข้ามาในประเทศไทยจนทำให้พลเมืองไทยบาดเจ็บล้มตาย ทรัพย์สินราชการและเอกชนเสียหาย
ล่าสุดยังพลิกบทบาทของอัยการสอบสวนโดยมีการสั่งการให้พนักงานอัยการสืบสวนสอบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบขนเกล็ดลิ่น (ตัวนิ่ม) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นคดีเเรกที่อัยการนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาเองอันเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในคดีความผิดนอกราชอาณาจักรและตาม พรบ.องค์กรอัยการ
นายวัชรินทร์ ยังมีบทบาทการลงไปสอบสวนและตรวจสอบกำกับการสอบสวนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหลายราย
ทั้งยังได้รับความเชื่อถือของหน่วยงานภายนอกให้เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ สปสช.และ คณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย รวมถึงยังเคยเป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านกฎหมายรวมถึงยังประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยและมารยาทของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย
อีกทั้งเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี มีลูกศิษย์ลูกหาในวงการกฎหมายจำนวนมาก
ที่ผ่านมาเคยถูกเเต่งตั้งเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่รับผิดชอบเเถลงข่าวงานด้านการสอบสวนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้างานที่ดูเเลเเละจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีความสลับซับซ้อนเเละมีกฎหมายเฉพาะ ให้สื่อมวลชนเเละประชาชนเข้าใจขั้นตอนในข้อกฎหมาย
การได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้สะท้อนบทบาทและประสบการณ์ของวัชรินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอัยการสายสอบสวนที่มีประสบการณ์ยาวนานในระบบยุติธรรมไทย
ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่น บยส.27 หลายคนสะท้อนตรงกันว่า นายวัชรินทร์เป็นบุคคลที่เพื่อนร่วมรุนให้การยอมรับในเรื่องที่ความมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีมีบุคลิกจริงใจ ใจถึง มีน้ำใจและพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น การได้รับเลือกเป็นประธาน บยส.27 ครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนประสบการณ์ในสายกฎหมายและการสอบสวนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของ “ผู้นำเครือข่าย” ที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมรุ่นในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย
