เนชั่นทีวี

ข่าว

"วิชา มหาคุณ"อดีตป.ป.ช. เตือนแรง "ป.ป.ช." ปมแปลงสาร คดี"ศักดิ์สยาม"ซุกหุ้น

29 เม.ย. 2569

"วิชา มหาคุณ"อดีตป.ป.ช. เตือนแรง "ป.ป.ช." ปมแปลงสาร คดี"ศักดิ์สยาม"ซุกหุ้น

"วิชา มหาคุณ" สะกิดต่อมสำนึกหน้าที่ "ป.ป.ช." ชี้ประชาชนสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติ หลัง "ป.ป.ช." แปลงสาร คำวินิจฉัยศาลรธน. คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น พร้อมหนุนแก้รธน. รื้อใหญ่ "ป.ป.ช."

29 เมษายน 2569 ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยเนชั่นทีวี ถึงมติป.ป.ช. คดีศักดิ์สยาม ซุกหุ้น โดยชี้ว่าไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน สวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้การกระทำของนายศักดิ์สยาม เป็นนิติกรรมอำพราง

ศ.พิเศษ วิชา สงวนท่าทีที่จะวิจารณ์การทำงานของป.ป.ช.แต่ได้หยิบยกกรณีตัวอย่าง ป.ป.ช.ในหลายประเทศ. พร้อมตั้งคำถาม เหตุใดเขาทำหน้าที่จนเป็นที่รักและชื่นชมของประชาชน โดยยกตัวอย่าง ป.ป.ช.อินโดนีเซีย ที่มีมติชี้มูลความผิด ขรก.ระดับสูง บุคคลสำคัญทางการเมืองมีการทุจริต อย่างไม่หวั่นเกรง ถามกลับมาที่ป.ป.ช.ของเรา ได้ทำให้เป็นที่รักและศรัทธาหรือยัง

อดีตกรรมการป.ป.ช.ท่านนี้ยังบอกว่า การดำเนินการเอาผิด ป.ป.ช. นั้น ไม่ได้มีขึ้นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. หลายต่อหลายชุดล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันทั้งสิ้น หรืออย่างกรณี ป.ป.ช.ขึ้นเงินเดือนตนอง จนศาลพิพากษามีความผิดมาตรา157 จนพ้นตำแหน่งทั้งคณะ นั่นถือว่าร้ายแรงกว่าคณะอื่นๆ หรือ กรณีที่คณะกรรมไต่สวนอิสระ กำลังสอบสวน ป.ป.ช. ในคดีสินบนทองคำอยู่ในขณะนี้. เหตุที่ตนหยิบยกขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่า ป.ป.ช. เมื่อได้อำนาจมา ก็ใช่ว่ามีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่ต้องได้รับการตรวจสอบเช่นกัน.

ตลอดการให้สัมภาษณ์ ศ.พิเศษ วิชา พยายามไม่วิจารณ์หรือชี้ให้เห็นว่า การทำหน้าที่ ป.ป.ช.ในคดีศักดิ์สยาม มีความอิสระหรือถูกแทรกแซง หรือไม่ แต่พยายามยกตัวอย่าง องค์กรตรวจสอบในต่างประเทศ มาเทียบเคียง โดยสื่อสารออกมาให้เราไปคิดต่อ ว่า อะไรผิด(ป.ป.ช.) อะไรถูก ( ศาลรธน.)

"คุณรู้ไหม ที่สหรัฐอเมริกา อะไรสูงกว่า ทรัมป์ นั่นคือ ศาลสูง และใครแต่งตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐแต่งตั้ง แต่เมื่อมีคดีขึ้นภาษี มติศาลสูง มีมติ 6:3 เพราะเขาตระหนักในอุดมการณ์หน้าที่"

"อะไรที่มันปกติ เขาจะมาตรวจสอบทำไม แต่เมื่อมันผิดปกติ ก็ต้องตรวจสอบ อย่างครอบครัวในบ้าน สามีหายไปหลายวัน ทิ้งลูกเมียอยู่ลำพัง อย่างนี้ผิดปกติไหม ไม่กลับมาหลายวัน หัวแตกแน่ เมื่อผิดปกติ ก็ต้องมีมีคนสอบถาม" ศ.พิเศษ วิชา ตอบคำถามเนชั่น เห็นด้วยหรือไม่ที่ สส. พรรคฝ่ายค้าน / ประชาชนเตรียมเข้าชื่อส่งประธานสภาฯเสนอศาลฎีกาตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ ป.ป.ช. ส่วนชะตากรรม ป.ป.ช.จะเป็นอย่างไร.ต่อไป ก็ปล่อยให้เป็นไป เพราะมันเป็นไปเช่นนี้ 

อย่างไรก็ตาม ศ.พิเศษ วิชา สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มา ป.ป.ช. และ การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช. เกิดขึ้นตั้งแต่รธน.ปี 40 แล้ว ผ่านมาถึงตอนนี้รธน.60. เรียกว่า 20 - 30 ปี กม.หลายฉบับมีความล้าสมัย จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข. หรือ กรณี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่สื่อตั้งคำถาม ผมถามว่าเปิดโอกาส ให้ ภาคประชาชน สื่อมวลชนมาเป็นป.ป.ช แต่เอาเข้าจริงเราได้คนเหล่านี้ไหม ก็ไม่ได้ มีสภาพแต่เป็นข้าราชการ. ที่เราเคยได้ยิน ระบบอุปถัมภ์ แล้วการทำงานในหน้าที่จะไม่ถูกครหาได้อย่างไร

ชำแหละ ปม”คดีศักดิ์สยาม” มันจบที่ศาลรธน.มาแล้ว

ศ.พิเศษ วิชา ชี้ประเด็นในทางกฎหมายว่า "ศาลรธน.เขียนรองรับว่า คำวินิจฉัยของศาลรธน.ให้ทุกฝ่ายเป็นที่สุดต้องยอมรับ เพราะอะไร เพราะไม่ต้องการให้ใครใช้ดุลพินิจไง เพราะฉะนั้นการที่ละเลยคำวินิจฉัยศาลรธน. และไม่ยึดที่ศาลรธน.ชี้ขาดมาแล้ว ก็เท่ากับว่าไม่ปฏิบัติตามรธน. แล้วไม่ต้องไปพูดเรื่องอื่นเลย เพราะอะไร การที่หาทางออก เหตุที่เป็นอย่างนั้นที่บอกว่า มีข้อตกลงกับนายส. หรือ เคยทำกิจกรรม ถือหุ้นร่วมกันมาก็แล้วแต่"

จับไต๋ “ป.ป.ช.” แปลงสารคำวินิจศาลรธน.

"แต่ตอนนั้น ศาลรธน.ได้ชี้แล้วว่า ซุกหุ้น พอศาลรธน.ชี้ว่า ซุกหุ้น คุณ ( ป.ป.ช.) ก็ต้อง เอามา ไม่ใช่เอาหลักฐานที่เขาปรับเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าไปอ่านคำวินิจฉัยศาลรธน.แล้วนี่ กระบวนการอย่างนั้น เรียกว่า กระบวนการเอานิติกรรมที่ศาลรธน.วางหลักเอาไว้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง เอามาทำให้มันดี โปะหน้าให้มันเรียบร้อย ซึ่งก็จะกลายเป็นข้อเท็จจริงคนละอย่างไปแล้ว เพราะฉนั้น เมื่อข้อเท็จจริงคนละอย่าง ประชาชนเขาถึงรับไม่ได้ เพราะว่าเท่ากับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐาน ยอมรับว่า ไปตกลงกันเอง แล้วให้ศาลท่านพิพากษาตามยอม"

"ศาลรธน. ไม่ได้วินิจฉัยนะ ที่ว่าต่อมาภายหลัง มีการตกลงกัน แล้วศาลพิพากษา ที่เรียกว่า พิพากษาตามยอม ศาลท่านไม่มาดูหรอกว่า เบี่ยงเบนประเด็นอะไรหรือเปล่า ทำอะไรเกินเลยต่ออำนาจหรือเปล่า ปกปิดเกินจริงอะไรไหม ไม่เหมือนกับศาลรธน.เพราะศาลรธน.ชี้ขาดข้อเท็จจริงมาถึงท่านตั้งแต่แรกว่าซุกหุ้นหรือเปล่า ปกปิดไม่แจ้งหรือเปล่า แต่ท่านไม่ได้มีอำนาจชี้ว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่าน หน้าที่ของท่านหมายถึงว่า ถ้ารมต.ปิดบังอำพราง แอบเอาข้อมูล และไม่สละหุ้นที่ตนครอบครองอยู่ ก็ถือว่าผิดตามกฎหมายคุณสมบัติรมต. เพราะฉนั้นมันก็จะจบตรงนั้น ส่วนหน้าที่ต่อมาที่จะดูว่า ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือเปล่า เป็นหน้าที่ป.ป.ช. ก็จบแค่นั้น ไม่ต้องรื้อฟื้นอะไร พูดแค่นี้ก็รู้แล้ว ในฐานะผู้ใหญ่ ผมไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เรื่องนี้จบตรงนี้ ว่าคุณมีหน้าที่อะไร คุณทำหน้าที่นั้นหรือเปล่า" ศ.พิเศษ วิชา กล่าวทิ้งท้าย