เสียงปริศนาตะโกนขู่ “อยากให้ค้นหมู่บ้านใช่ไหม!”
สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อมีเสียงชายคนหนึ่ง ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ตะโกนใส่กลุ่มชาวบ้านด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "พรุ่งนี้มึงอยากให้กูมาค้นหมู่บ้านนี้ใช่ไหม...” โดยตะโกนซ้ำๆ หลายครั้ง พร้อมกับย้ำว่า “นี่กูใจดีแล้วนะ!"
เสียงของบุคคลดังกล่าวดังขึ้นท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้าน ต่อมาปรากฏเสียงชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิต พยายามตะโกนขอความร่วมมือให้ทุกคนอยู่ในความสงบเพื่อให้เกียรติผู้ตาย แต่เมื่อเสียงชาวบ้านเงียบลง กลับยังมีเสียงของเจ้าหน้าที่คนเดิมตะโกนคำขู่เดิมซ้ำขึ้นมาอีกอย่างชัดเจน
ต่อมามีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ พร้อมกับเสียงตะโกนในลักษณะข่มขู่ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคลิปถูกแชร์ไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ชมคลิปวิดีโอ
รับเป็น จนท.ระดับปฏิบัติการ - รอ กอ.รมน.แจง
ทีมข่าวได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ บางรายยอมรับว่าเสียงชายในคลิปที่ขู่จะค้นหมู่บ้านนั้น เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการรายหนึ่ง โดยมีการตะโกนในช่วงที่เข้าไปสังเกตการณ์การเตรียมพิธีศพ
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีคำชี้แจงจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ในลำดับต่อไป เนื่องจากคลิปที่ถูกเผยแพร่นี้ สร้างกระแสในพื้นที่อย่างหนัก
เปิดประวัติ “มะสะกรี” มีหมายจับคดีมั่นคง
สำหรับประวัติของ นายมะสะกรี จากแฟ้มข้อมูลของฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานีที่ ฉฉ.30/2568 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2568
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธและอุปกรณ์รวม 3 รายการ ประกอบด้วย
1. ปืนเล็กยาวแบบ เอ็ม16 จำนวน 1 กระบอก
2. ปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก
3. ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก
เอ็ม16 ของ “หมู่เจมส์” ปล้นจากเหตุถล่มป้อมนาประดู่
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ยึดได้ เป็นกระบอกเดียวกับที่ถูกปล้นไปจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงป้อมตำรวจ บริเวณทางข้ามทางรถไฟนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ พื้นที่เดียวกับบ้านของนายมะสะกรี เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.66 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ ส.ต.ท.พิจักร บัวแก้ว หรือ "หมู่เจมส์" อายุ 22 ปี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.นาประดู่ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงยังคงวางกำลังปิดกั้นพื้นที่โดยรอบบ้านคลองช้าง ไม่อนุญาตให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือบุคคลภายนอกผ่านเข้าไป เพื่อป้องกันการขยายตัวของมวลชนและการรวมตัวที่อาจนำไปสู่การปลุกระดมปลุกปั่น ขณะที่ผู้นำศาสนาในพื้นที่พยายามเข้าเจรจาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย และประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาต่อไป