ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจยึด อาวุธปืนเล็กยาว M16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก ระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ที่ยังไม่ทำงาน จำนวน 1 ลูก
พลโท นรธิป โพยนอก เปิดเผยภายหลังรับฟังรายงานว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้ง โดยเน้นย้ำว่าการวิสามัญฆาตกรรมเป็นเหตุสุดวิสัยเนื่องจากผู้ต้องหาเลือกใช้ความรุนแรงตอบโต้เจ้าหน้าที่
"เราพยายามใช้การเจรจาเป็นหลัก แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธสงครามและระเบิดเข้าใส่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้ตามยุทธวิธีเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยสั่งการให้พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมพยานวัตถุอย่างละเอียด และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในละแวกใกล้เคียงเป็นสำคัญ" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่ยึดได้ว่าเคยถูกใช้ก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าการปฏิบัติงานจะเสร็จสิ้น