svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกสภาทนายความ เเจงปม ทนาย-อินฟลูฯเสนอนโยบายการจัดการเชิงรุก

11 มี.ค. 2569

“ธนพล”นายกสภาทนายความ เเจงสภาฯปม "ทนาย-อินฟลูเอนเซอร์"เสนอนโยบายการจัดการเชิงรุก ควบคุมมรรยาท โพสต์ชี้นำผ่านสื่อสังคมออนไลน์กระทบกระบวนการยุติธรรม

นายกสภาทนายความ เเจงปม ทนาย-อินฟลูฯเสนอนโยบายการจัดการเชิงรุก

เมื่อวันที่ 10มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา โดยพลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้มีหนังสือเชิญ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความพร้อมด้วย นายคณิต วัลยะเพ็ชร ประธานกรรมการมรรยาททนายความ เข้าให้ข้อมูลและชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา เพื่อร่วมหารือและวางแนวทางแก้ไขปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 

 

โดยเฉพาะกรณีทนายความและอินฟลูเอนเซอร์แสดงความคิดเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอันมีลักษณะชี้นำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม

นายกสภาทนายความ เเจงปม ทนาย-อินฟลูฯเสนอนโยบายการจัดการเชิงรุก

ในการชี้แจงครั้งนี้ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำเสนอมาตรการกำกับดูแลทนายความทั่วประเทศเชิงรุก โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน แต่จะมีคณะทำงานตรวจสอบว่ามีทนายกระทำการเข้าข่ายแทรกแทรงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่ ซึ่งเน้นให้ทนายความปฏิบัติตามข้อบังคับมรรยาททนายความพ.ศ.2529 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามมิให้นำความลับของลูกความมาเปิดเผย หรือใช้ข้อมูลในสำนวนความเพื่อการโฆษณาอวดอ้างตนเอง และที่สำคัญคือต้องให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอันมีลักษณะที่เป็นการกดดันการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือศาล ซึ่งอาจเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ

 

และเพื่อป้องกันการโฆษณาแฝงและการอวดอ้างสรรพคุณของตัวทนายความเองเพื่อชักชวนผู้มีอรรถคดีมาให้ตนว่าต่างหรือแก้ต่างให้ จึงได้มีการแต่งตั้งทีม "โฆษกทนายความ" ขึ้นมาทำหน้าที่ชี้แจงข้อกฎหมายที่ถูกต้อง เป็นกลางและไม่แทรกแทรงกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญเพื่อที่จะลดบทบาทของทนายความที่มุ่งสร้างกระแสเพื่อประโยชน์ส่วนตน

นายกสภาทนายความ เเจงปม ทนาย-อินฟลูฯเสนอนโยบายการจัดการเชิงรุก

ทั้งนี้ สภาทนายความฯ ได้แสดงสถิติการลงโทษมรรยาททนายความย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2559- 2568 เพื่อยืนยันถึงความเด็ดขาดในการตรวจสอบ จะพบว่ามีคดีเข้าสู่การพิจารณาเป็นคดีมรรยาทฯ สูงถึง 5,002 คดี และมีการตัดสินลงโทษสมาชิกทนายความไปแล้วกว่า 3,211 ราย ซึ่งรวมถึงการลงโทษขั้นสูงสุดด้วยการลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความถึง 244 ราย และการสั่งพักใบอนุญาตอีกจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสภาทนายความฯ ไม่เคยเพิกเฉยต่อการรักษาเกียรติศักดิ์วิชาชีพ

 

อย่างไรก็ตาม นายกสภาทนายความได้ให้ข้อสังเกตถึงปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะความรวดเร็วของกระแสสังคมที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ซึ่งสวนทางกับกระบวนการพิจารณามรรยาทที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามกฎหมายจึงได้เสนอแนวทางต่อวุฒิสภาให้มีการร่างแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ระหว่างสื่อมวลชนและองค์กรวิชาชีพกฎหมาย รวมถึงขอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างช่องทางให้ประชาชนเข้าถึง "ทนายความอาสา" ที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงที่ประจำอยู่สถานีตำรวจและหน่วยงานราชการทั่วประเทศ

 

ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า "ความยุติธรรมต้องไม่ถูกกำหนดด้วยเสียงที่ดังกว่า" สภาทนายความฯ จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่ถูกต้องและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน โดยจะไม่ปล่อยให้ทนายที่ชอบสร้างกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ชี้นำสังคม เพื่อให้ระบบยุติธรรมของประเทศขับเคลื่อนด้วยหลักนิติธรรมอย่างยั่งยืน