ส่วนกรณีที่ นายแอ็คมี่ มีการสร้างเหรียญดิจิตอล ขึ้นมาเองนั้นมีความผิดหรือไม่
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า จะต้องประสานไปที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพราะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าวถึงแม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัท แต่ถ้าซื้อขายระหว่างบุคคลก็ถือว่าเป็นความผิดด้วย
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก.ล.ต. มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้อีก 2 คดีด้วยตั้งแต่เมื่อปี 2568 คดีแรกพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปให้อัยการ และมีการออกหมายจับแอ็คมี่แล้ว ส่วนอีกคดีคือการชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์หนึ่ง โดยคดีนั้นมีผู้เสียหายประมาณ 40 คน มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท
ขณะนั้นพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับแล้วเช่นเดียวกัน แต่ในทางสอบสวนเรายังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับบุคคลอื่นด้วย
เพราะเชื่อว่านายแอ็คมี่ ไม่ได้ทำคนเดียวเพราะยังมีบุคคลอื่นที่เป็นเครือข่ายของนายแอ็คมี่ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ส่วนภรรยาของนายแอ็คมี่ ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบพบว่า นายแอ็คมี่ นั้นเดินทางออกนอกประเทศ ไปตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เบื้องต้นเราได้ประสานข้อมูลการออกหมายจับในคดีเดิมเมื่อปี 2568 ไปที่ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (interpol) แล้ว เพื่อให้ประสานขอออกหมายแดง
ส่วนกรณีที่ทำให้ผู้เสียหายบางรายที่ยังหลงเชื่อ ถึงแม้นายแอ็คมี่ จะเคยมีหมายจับมาก่อนแล้วนั้น
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า เป็นเรื่องของภาพลักษณ์ ผู้เสียหายหลายรายรู้ว่านายแอ็คมี่ เคยมีหมายจับ แต่เจ้าตัวอ้างว่าเป็นหมายจับปลอม และมีรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทุน และยืนยันว่ารูปแบบการหลอกลวงตั้งแต่ปี 67 จนถึงปัจจุบันเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายกันอีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ระบุถึงเรื่อง digital Wallet ของนายแอ็คมี่ เบื้องต้นพบ หลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนว่ามีเงิน Wallet ทั้งในไทย และต่างประเทศ แต่การที่จะอายัด digital Wallet ดังกล่าวจะต้องผ่านขั้นตอน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ก็จะได้มีการดำเนินการต่อไป ซึ่งเท่าที่เห็นเงิน digital Wallet ของผู้ต้องหาในขณะนี้เหลือจำนวนน้อย เพียงไม่ถึงหลักล้านบาท