svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุป 10 เหตุการณ์เดือด "อิหร่าน" วันที่ 4 หลังสิ้นผู้นำสูงสุด

04 มี.ค. 2569

สรุป 10 เหตุการณ์ล่าสุด! หลังสิ้น "อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กองทัพอิสราเอล-สหรัฐฯ ถล่มศูนย์กลางรัฐบาล - โรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ ขณะที่ "ทรัมป์" ลั่นเดินหน้าปฏิบัติการต่ออีกนับเดือน

4 มีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักรัฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากจุฬาฯ และม.มิชิแกน ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การลงทุนสหรัฐฯ-จีน สรุป 10 เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ใน "อิหร่าน" ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (อ้างอิงข้อมูลถึงวันที่ 3 มีนาคม 2026) ตามรายงานจากสื่อหลัก โดยระบุว่า ปฏิบัติการ "Epic Fury" เข้าสู่ วันที่ 4 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ จนนำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุด "อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" 

1. การโจมตีศูนย์กลางรัฐบาลอิหร่าน
กองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ถล่มกรุงเตหะรานอย่างหนักเมื่อคืนนี้ โดยพุ่งเป้าไปที่ทำเนียบประธานาธิบดี และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้ทำลายอาคารที่พักของอดีตผู้นำคาเมเนอี โดยใช้เครื่องบินรบกว่า 100 ลำ

2. ความเสียหายของโรงงานนิวเคลียร์
สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่า โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่นาทานซ์ (Natanz) ได้รับความเสียหายทางกายภาพจากการโจมตีทางอากาศ แต่อาคารที่ถูกทำลาย 3 แห่งยังไม่มีรายงานว่ามีรังสีรั่วไหลในขณะนี้

3. การโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในริยาด
อิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตี สถานทูตสหรัฐฯ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย แม้ความเสียหายจะอยู่ในวงจำกัด แต่ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงต่อเป้าหมายทางการทูตและทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับอย่างชัดเจน

4. สงครามขยายวงเข้าสู่เลบานอน
ความขัดแย้งลุกลามอย่างเป็นทางการ โดยกองทัพอิสราเอลยืนยันการส่งกำลังทหารเข้าไปยังเลบานอนตอนใต้ หลังจากการสังหาร พล.อ.ดาวูด อาลี ซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds ในเลบานอน ระหว่างเหตุการณ์โจมตีในเตหะราน

5. ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงย้ำจุดยืน
ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงจากห้องโอวัลออฟฟิศ ปกป้องปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ว่า จำเป็นเพื่อป้องกัน "สงครามนิวเคลียร์" และกล่าวว่าอิหร่านเตรียมโจมตีหลายประเทศ พร้อมคาดการณ์ว่าแคมเปญนี้อาจใช้เวลา "4-5 สัปดาห์" หรือนานกว่านั้น

6. ยอดผู้เสียชีวิตและวิกฤตมนุษยธรรมพุ่งสูง
สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน รายงานยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านสะสมอย่างน้อย 787 ราย ตั้งแต่วันเสาร์ ขณะที่สหประชาชาติระบุว่ามีประชาชนอย่างน้อย 30,000 คนในเลบานอนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบที่รุนแรงขึ้น

7. คำสั่งอพยพพลเมืองสหรัฐฯ ใน 14 ประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำสั่งด่วนให้พลเมืองอพยพออกจาก 14 ประเทศ ในตะวันออกกลางเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขั้นรุนแรง พร้อมสั่งปิดสถานทูตในซาอุดีอาระเบีย คูเวต และบาห์เรนเป็นการชั่วคราว

8. โครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวอาหรับตกเป็นเป้า
อิหร่านพุ่งเป้าโจมตีแหล่งพลังงานในภูมิภาค ส่งผลให้ ซาอุดี อารามโก (Saudi Aramco) ต้องปิดโรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ชั่วคราวหลังถูกโดรนโจมตี นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายที่คลังเก็บน้ำมันในท่าเรือฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

9. อุตสาหกรรมการบินโลกหยุดชะงัก
การสู้รบส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินทั่วตะวันออกกลาง สนามบินนานาชาติดูไบ และสนามบินฮาหมัดในกาตาร์เผชิญความพยายามในการโจมตี นำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมหาศาลและมีผู้โดยสารตกค้างทั่วภูมิภาค

10. ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรตะวันตก
เกิดรอยร้าวทางการทูตเมื่อ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ "อยู่นอกเหนือกฎหมายระหว่างประเทศ" แม้จะตำหนิอิหร่านที่เป็นฝ่ายยั่วยุก่อนก็ตาม ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่อังกฤษปฏิเสธเข้าร่วมการโจมตี และมีรายงานว่าได้ขู่คว่ำบาตรทางการค้าต่อสเปนด้วย