กองปราบเผย “เบน สมิธ” หัวหมอ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรมการเงินทุกอย่าง
02 มี.ค. 2569
กองปราบฯ เผย “เบน สมิธ” หัวหมอ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรมการเงินทุกอย่าง พร้อมเชิญตัวพยาน 6 คน มาสอบหาความเชื่อมโยง
ข่าว
02 มี.ค. 2569
กองปราบฯ เผย “เบน สมิธ” หัวหมอ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรมการเงินทุกอย่าง พร้อมเชิญตัวพยาน 6 คน มาสอบหาความเชื่อมโยง
2 มีนาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองปราบฯ ออกหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ภรรยา ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบฟอกเงิน” ก่อนนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลาง ได้พยานหลักฐาน เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารต่างๆ เช่น งบการเงิน รายวันจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท รวมถึงยังเชิญพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 6 คน เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม
ล่าสุด พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพเจริญ สว.กก.3 บก.ป. กล่าวว่า จากการสอบปากคำ พยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บอกว่า รู้จักกับ นายเบน สมิธ ช่วงปี 2559 มีการทำธุรกิจหุ้นพลังงานร่วมกัน และนายเบน สมิธ ได้ชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุน และได้ใช้งานพวกเขาให้ทำอะไรบางอย่าง และยังบอกว่า ต้องไปประสานงานกับใคร ซึ่งคำให้การก็สอดคล้องกับหลักฐาน ที่ทางตำรวจตรวจพบ และยังพบเส้นเงินบางส่วนของพยานทั้ง 6 คน โอนไปยังผู้ต้องหา แต่ก็อ้างว่าเป็นการทำธุรกิจกันจึง ต้องมีการโอนเงินให้กัน แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ
สำหรับพฤติการณ์ของ เบน สมิธ ส่วนใหญ่จะใช้บัญชีของภรรยาเป็นคนทำธุรกรรมทุกอย่าง ทั้งการโอนเงิน หรือการทำสัญญาต่างๆ รวมถึงการครอบครองทรัพย์สินภายในประเทศไทย แต่การไปเจรจากับผู้ใหญ่ หรือการไปคุยกับกลุ่มผู้เสียหาย ภรรยาไม่เคยไปสักครั้ง
โดยตอนนี้ทั้ง 6 คน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากหลังจากนี้พบความเชื่อมโยงต่อกัน ก็จะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากไม่มาก็จะออกหมายเรียกและหมายจับ
พ.ต.ท.อาธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายเบน สมิธ และ ภรรยา ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่ช่วงปี 2568 หลังจากที่มีการดำเนินคดีเครือข่ายยิม เลียก – เฉินจื้อ – ก๊กอาน
สำหรับทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดมาได้นั้น เป็นคนละส่วนที่ ปปง.ยึดมาก่อนหน้านี้ เพราะทรัพย์สินส่วนนั้นได้มาจากช่วงหลังก่อเหตุ แต่ก็มีทรัพย์สินบางอย่างที่เกี่ยวพันกับคดีที่หลอกลงทุนหุ้นพลังงาน ที่มีความเสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท
