เนชั่นทีวี

ข่าว

"9 เครือข่ายจิตอาสา" จี้บังคับโทษประหารชีวิต คดีฆาตกรรมรุนแรง-ผิดซ้ำซาก

03 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"9 เครือข่ายจิตอาสา" จี้บังคับโทษประหารชีวิต คดีฆาตกรรมรุนแรง-ผิดซ้ำซาก

9 เครือข่ายจิตอาสา นำโดย แทนคุณ-เป็นหนึ่ง-สายไหมต้องรอด บุกยื่นหนังสือจี้รัฐบังคับโทษประหารชีวิตเด็ดขาดในคดีฆาตกรรมรุนแรง เสนอคุมเข้มพวกทำผิดซ้ำซาก

9 เครือข่ายจิตอาสา นำโดย แทนคุณ-เป็นหนึ่ง-สายไหมต้องรอด บุกยื่นหนังสือจี้รัฐบังคับโทษประหารชีวิตเด็ดขาดในคดีฆาตกรรมรุนแรง เสนอคุมเข้มพวกทำผิดซ้ำซาก

KEY

POINTS

  • ข้อเรียกร้องหลัก: 9 เครือข่ายจิตอาสารวมตัวบุกสภาฯ จี้บังคับใช้ "โทษประหารชีวิต" เด็ดขาดในคดีฆาตกรรมรุนแรงและคดีทางเพศ ป้องกันอาชญากรพ้นคุกมาสร้างความสูญเสียซ้ำ
     
  • ช่องโหว่กฎหมาย: สะท้อนปัญหามาตรา 52(1) ที่ลดโทษผู้ต้องขังจนเหลือโทษจำคุกเพียงไม่กี่ปี ชี้ทำลายความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมและกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
     
  • มาตรการเสนอแนะ: เสนอใช้เทคโนโลยี AI, กล้อง CCTV และโดรน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง พร้อมหนุนติดกำไล EM คุมเข้มพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงหลังพ้นโทษอย่างเคร่งครัด

3 สิงหาคม 2569 9 เครือข่ายจิตอาสา นำโดย แทนคุณ จิตต์อิสระ ร่วมกับ มูลนิธิเป็นหนึ่ง และ สายไหมต้องรอด ได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับโทษ ใช้ โทษประหารชีวิต อย่างเด็ดขาดในคดี ฆาตกรรมรุนแรง หวังแก้ปัญหากลุ่มอาชญากรที่ ทำผิดซ้ำซาก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน


ที่อาคารรัฐสภา พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ,น.ส. อังสณา เนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ รับหนังสือ 9 กลุ่มจิตอาสานำโดยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย มูลนิธิเป็นหนึ่ง, สายไหมต้องรอด ,มูลนิธิองค์กรทำดี,กลุ่มประชาชนเพื่อประชาชน , กลุ่มจ่าคิงส์สะพานใหม่ ,กลุ่มมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม, มูลนิธิวินวิน และกลุ่มไทยไม่ทน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบังคับใช้โทษประหารชีวิตในคดีฆาตกรรมร้ายแรง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำผิดมีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก


นายแทนคุณ กล่าวว่า ขอให้มีการผลักดันมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับฆาตกร ที่ประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศ โดยลงโทษประหารชีวิต และทบทวนมาตรการการลดโทษพักโทษ หรือการปล่อยตัวและให้บังคับใช้ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือใช้ความรุนแรงพ.ศ 2565 อย่างเคร่งครัดและเข้มข้นขึ้น 



"9 เครือข่ายจิตอาสา" ยื่นหนังสือจี้รัฐบังคับโทษประหารชีวิต คดีฆาตกรรมรุนแรง-ผิดซ้ำซาก


 

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศในประเทศไทย มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับ 2 พี่น้องชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งชาวไทยที่ต้องเสียชีวิตในกรณีล่าสุด ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยต่อชีวิต ของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องที่สะท้อนถึงความต้องการ ให้มีการดำเนินการประหารชีวิตอาชญากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ที่จะรักษาและสร้างความเชื่อมั่น ให้เป็นหลักประกันด้านความปลอดภัย ที่ควรจะเป็นวาระแห่งชาติ


ตั้งแต่ต้นน้ำคือ การป้องกันการจับกุมดำเนินคดี การส่งฟ้องการตัดสินคดี จนถึงปลายน้ำคือ การคุมขังบำบัดฟื้นฟู และการพิจารณาเหตุบรรเทาโทษ ตามคำพิพากษา การลดวันต้องโทษจำคุก การพักโทษ การปล่อยตัวในกรณีต่างๆ รวมถึงการพ้นโทษ โดยเฉพาะการพิจารณาให้ใช้โทษประหารชีวิต และงดการใช้มาตรา 52 (1) ในพฤติกรรมอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ จากการลดโทษ 1 ใน 3 เปลี่ยนเป็นการจำคุกตลอดชีวิต หรือ(2)ลดโทษกึ่งหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็นจำคุก 25-50 ปี ด้วยเหตุนี้ เป็นการลดโทษต่อเนื่อง ในที่สุดก็เหลือโทษจำขังเพียงไม่กี่ปี 

 

"จนประชาชนจำนวนมากเห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย เป็นเพียงเสือกระดาษที่ไม่มีใครเกรงกลัว หรือการฆาตกรรมการฆ่าคนตาย ติดคุกไม่กี่ปีก็พ้นโทษ และก่อเหตุซ้ำๆ อีกทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตคนไทย ที่ดูเหมือนว่าอาจจะไร้ค่ากว่าชีวิตฆาตกรหรือไม่ จนไม่มีอาชญากรคนไหนสำนึก หรือเกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและเพศ การใช้ความรุนแรง ควรมีมาตรการบำบัดฟื้นฟู แก้ไขพฤติกรรมให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบัน" นายแทนคุณ กล่าว  




"9 เครือข่ายจิตอาสา" ยื่นหนังสือจี้รัฐบังคับโทษประหารชีวิต คดีฆาตกรรมรุนแรง-ผิดซ้ำซาก

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนการประหารชีวิต อาชญากรคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญต่อชีวิต เพศและทรัพย์สิน และยาเสพติดร้ายแรง เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมควรปฏิรูปทั้งระบบ เพื่อสร้างความคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยใ ห้กับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่อาศัยลงมือทำธุรกิจ และนักท่องเที่ยวในราชอาณาจักรไทย ได้อย่างเต็มที่


และควรนำเรื่องความปลอดภัยจาก อาชญากรรม ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง รวมทั้งหามาตรการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเชิงป้องกัน ให้มีความรวดเร็วทันสมัยมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้เทคโนโลยีตรวจจับ จาก AI ผ่านกล้องวงจรปิดหรือ โดรน หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ เครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังป้องกันการตรวจจับบุคคลอันตราย ที่เคยก่ออาชญากรรมร้ายแรง มิให้เข้าใกล้เข้าถึงพื้นที่เปราะบาง เช่น โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งมีมาตรการเข้มข้น ในการดำเนินคดีฐานความผิดคดีอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการปล้นฆ่าข่มขืน การทำร้ายร่างกายจนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้ลงโทษประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น และยกเลิกการลดโทษต่อบุคคลเหล่านั้นทุกกรณี รวมทั้งวิวัฒนาการบำบัดฟื้นฟู ผู้เคยมีประวัติในการกระทำความผิดร้ายแรง ที่พ้นโทษให้อยู่ ในการกำกับดูแลของกรมคุมประพฤติ เพื่อติดตามพฤติกรรมหลังพ้นโทษอย่างเคร่งครัด

 

ด้าน นางชลิดา พะละมาตย์ (ต้นอ้อ) กล่าวว่า ตนทำงานด้านเด็กและสตรี เห็นเหยื่อที่ถูกใช้ความรุนแรง ล่าสุด 1 ปี 11 เดือน โดนปู่เลี้ยงข่มขืน กัดทั่วร่างกายอวัยวะเพศฉีกขาด คนเหล่านี้ทำผิดซ้ำๆ ติดคุกแล้วออกมาทำอีก ใครจะมองว่า เรารุนแรงไม่สนใจ ณ เวลานี้มีคนที่รุนแรงกว่า พวกเราเยอะ 

 

"อย่างไอ้ป๋องอาจจะมีมากกว่าไอ้ป๋องคนเดียวด้วยซ้ำ เราไม่ได้มาผลักดันเรื่องของป๋อง ที่ผ่านมาเราพยายามเรียกร้องโทษประหารชีวิต หรือโทษสูงสุด ไม่จำเป็นต้องลดโทษคนเหล่านี้ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่มักจะบอกว่า อยู่ในคุกประพฤติดี เพราะพื้นที่มีแค่นั้น จะแสดงอภินิหารอะไรได้ แต่พอออกมาจากข้างใน คนเหล่านี้ก็จะทำสันดานเดิมๆ ไม่ได้เป็นแค่นิสัย แต่เป็นที่สันดานชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ใครจะบอกว่าไม่ได้ ก็ในเมื่อคนที่ถูกกระทำเสียชีวิตไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกร้องให้เขา กลับมามีชีวิตได้แล้ว ทำไมเราจะต้องไปให้ผู้กระทำเสียชีวิตอีก ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว คนที่เสียชีวิตเขามีโอกาสเรียกร้อง หรือไม่ ญาติที่ต้องทนกับความเจ็บปวด ที่ต้องเห็นลูกหลานโดนกระทำ มันตลกที่จะบอกว่า เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เราทำแบบนี้ไม่ได้ ถามว่าถ้าโทษเราหนักจริงแรงจริง อาชญากรรมทำไมจะไม่ลด ที่ผ่านมามันมีให้เห็นอะไร ที่เราปราบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมันน้อยลงจริง" ต้นอ้อ กล่าว 

 

ด้าน นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องขังรู้นิสัยใจคอบางคนไม่ปรับจริงๆ แต่สิ่งที่สังคมเราควรปรับคืออยากให้ปรับนักสิทธิฯ

 

"ถ้าโลกสวยมากเอาอาชญากรที่อุกฉกรรจ์เหล่านี้ ไปใส่กำไร EM แล้วอยู่บ้านท่าน แล้วคอยดูแลท่านท่านดูแลให้ดีที่สุดเลย ผมเป็นพ่อคน ถ้านึกสภาพลูกเราโดนอย่างนั้น เราจะรู้สึกอย่างไร ผมไม่เข้าใจว่า เขาเรียกร้องสิทธิ์ให้กับฆาตกรหรือพวกกระทำความผิด โลกสวยเกินไปบางทีไม่ถูกต้อง ผมมองว่า มันถึงเวลาที่พวกเราต้องดูแลคนบริสุทธิ์ของประเทศเรา ถึงเวลาที่เราต้องดูแลปุถุชนวิญญูชนสามัญชน ที่เคารพในกฎหมาย ถึงเวลาที่พวกคุณต้องแก้ ถึงเวลาที่พวก สส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ปรับใช้และบังคับใช้ถ้ามากเกินไป ละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เอาพวกนั้นไปอยู่ในบ้านท่าน" นายอัครวุธ กล่าว

 

ขณะที่ นายระพี ชำนาญเรือง กล่าวว่า คนไทยมีทั้งหมด 65 ล้านคน คนที่กระทำผิดซ้ำๆ แบบนี้ ตนได้สัมผัสแล้วได้ไปสัมผัสกับเหยื่อ จึงอยากฝากไปถึงข้าราชการ หรือผู้มีอำนาจทุกคนว่า เราให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่า ยแต่ไอ้คนที่กระทำผิดซ้ำยังได้ออกกลับมา จึงเกิดคำถามว่า ญาติของเหยื่อจะได้รับความเป็นธรรมอย่างไร วันนี้ถ้าพวกอาชญากรพวกนี้ออกมา ปรับตัวอยู่ในสังคมเรา พวกมันอยู่ได้แต่พวกเราจะอยู่กันได้ยังไง จึงอยากฝากถึงผู้มีอำนาจ ที่ออกกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงนักสิทธิ์


ด้าน น.ส. อังสณา กล่าวว่า ตนทำงานกับเด็กและสตรีมานาน โทษประหารมีมานานแล้ว แต่ครั้งล่าสุดที่ประหารประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว แต่ เหตุการณ์ อุกฉกรรจ์เกิดขึ้นอยู่ตลอด เมื่อเกิดขึ้นก็ออกมาเรียกร้อง พอผ่านไปก็ลืม พรรคเศรษฐกิจจึง อยากผลักดันกฎหมายประหารให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เพราะตอนนี้เราหย่อนยานกันจน คนกระทำผิดไม่ได้กลัว บางคนถึงขั้นพูดว่า ทำไปไม่กี่ปีก็ได้ออกมาแล้ว ถ้าคนไม่กี่ปี เช่นกรณี นายศักดิ์ ปากรอ ที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไป 5 ชีวิต เมื่อพ้นโทษออกมาก็ถูกยิงเสียชีวิต ทำให้เกิดศาลเตี้ย จึงอยากผลักดันให้กฎหมายประหารชีวิตกลับมาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ให้คนเหล่านี้เกรงกลัวที่จะตัดสินใจในการกระทำความผิดก่อน


นายคริส กล่าวว่า ตนรู้สึกถึงความโกรธแค้นปวดร้าว ที่ทุกคนมายื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตจำนงของคนไทย ในการที่จะบอกว่า วันนี้เราจะไม่เอาวิธีการจัดการแบบเดิมอีกแล้ว

 

"กระบวนการยุติธรรมไทยวันนี้ ผมถือว่าล้มเหลวสิ้นเชิง วันนี้ในฐานะ สส.สิ่งที่เราจะทำได้คือ การเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.วิอาญา วันนี้กฎหมายประหารชีวิตมีอยู่ แต่วันนี้เราไม่กล้าใช้ ศาลตัดสินประหารจริง แต่ไม่มีการประหารชีวิตจริง เพราะเราถูกแรงกดดันจากนานาประเทศ วันนี้เราแคร์อนุสัญญาบ้าบอ แต่วันนี้คนไทยตายจริง วันนี้ต่างชาติตายจริง ที่นี่ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตัวเอง กฎหมายของเราเราต้องกล้าบอกว่า เราจะจัดการบริหารบ้านเมืองเราอย่างไร วันนี้ถ้าอาชญากรคนไหนกล้าที่จะทำผิดกฎหมาย ต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง และต้องได้รับโทษโดยไม่มีการลดโทษ" นายคริส กล่าว 

 

นายคริส ยังกล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่อาชญากรรมแต่จะต้อง ทำในคดีทุจริตด้วย เราปล่อยให้คุกเป็นที่ที่เอาไว้ขังขังเสร็จแล้วแป๊บเดียวก็ปล่อยออกมา วันนี้ พรรคเศรษฐกิจเสนอว่า จะต้องไม่มีการลดโทษผู้กระทำความผิดเหล่านี้อีก หลายครั้งที่อาชญากรนักการเมืองข้าราชการ ที่กระทำความผิดในประเทศไทยไม่เก่งกว่าต่อกฎหมาย เพราะเขารู้ตัวอยู่แล้วว่า เขาจำนนต่อหลักฐานเขาสารภาพ จากโทษประหารชีวิตก็โดนแค่ตลอดชีวิต และเข้าไปอยู่ในคุกประพฤติปฏิบัติตัวดี ก็ได้ลดโทษ เหลือโทษจริง 7 ปี วันนี้กระทรวงยุติธรรมต้องตอบสังคมให้ได้ว่า เอานักโทษเหล่านี้เข้าไปในคุกแล้ว บอกว่าจะบำบัด แต่วันนี้กระทรวงยุติธรรมไทยไร้สาระไม่ทำงานในสิ่งที่ควรจะทำ วันนี้ภาคประชาชนพูดกับประชาชนทั้งประเทศว่า เราจะไม่ยอมให้กระทรวงยุติธรรมทำแบบนั้นอีกแล้ว จึงเสนอว่าอาชญากรคนไหนที่กระทำความผิดโดยร้ายแรง ต้องถูกประหารชีวิตจริง 

 

"วันนี้ไม่มีใครกำจัดเขาออกจากสังคม ไอ้ธง ไอ้ป๋อง เข้าไป 7 ปี ออกมาปุ๊บ ฆ่า 3 พ่อแม่คนไทย และฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซียต่อ วันนี้เรายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้แล้ว วันนี้เราปล่อยผ่านไม่ได้แล้ว พรรคเศรษฐกิจ มี สส. 3 เสียงยังไม่พอที่จะแก้ไขกฎหมาย จึงขอวิงวอนให้ สส.พรรคอื่น ร่วมกันเซ็นแก้ไขกฎหมายนี้ ในสภาต้องการเพียง 25 เสียง แต่ถ้าไม่มี สส.คนไหนเสนอ วันนี้ประชาชนสามารถที่จะรวมกันเซ็นชื่อ 10,000 ชื่อ แก้ไขกฎหมายนี้ได้ และขอเสียงวิงวอนจากตัวแทนประชาชนทั้งหมด ในสภา 250 เสียง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ถ้าเห็นตรงกันร่วมกันเซ็นร่วมกันผ่านกฎหมายนี้ เป็นการประกาศเจตจำนงว่า เราจะไม่เอาอาชญากร ไม่เอาสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยอีก" นายคริสต์ กล่าว 

 

นายคริส ยังกล่าวต่อว่า เรื่องนี้สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยหน้าช่วงปลายเดือนสิงหาคมได้เลย เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และคิดว่าไม่น่าจะเกิน 1 ปี กฎหมายนี้จะบังคับใช้ได้ 

 

ข่าวล่าสุด