svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ

01 มี.ค. 2569

“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจทหารเหยียบทุ่นระเบิด ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้รับบาดเจ็บ ยันกองทัพมีความพร้อมเต็มที่ ด้าน “บิ๊กดุลย์” มอบเงินช่วยเหลือ

1 มีนาคม 2569 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ส่งผลให้ขาขวาขาดจากแรงระเบิด และขาซ้ายมีแผลเปิดขนาดใหญ่ รวมทั้งกระดูกขาซ้ายแตกหักบางส่วน ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณเขตควบคุมของหน่วยฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 27 ก.พ. 69

 

ปัจจุบันอยู่ระหว่างรักษาตัวภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงประชาชนมารอต้อนรับ โดยนายกฯ ได้เข้าไปทักทายพูดคุยกับประชาชน ก่อนที่จะเข้าไปเยี่ยมพลทหารเดชศักดิ์

“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ

 

ด้าน พลทหารเดชศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ และขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะ ที่เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ

 

ขณะที่ นางอำคา ตรีคำ มารดาของพลทหารเดชศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาจากภูมิลำเนา อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบข่าวรู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ดีใจที่ลูกชายยังปลอดภัย และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องประเทศชาติ

“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ

 

ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้มอบเงินช่วยเหลือพร้อมกระเช้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พลทหารเดชศักดิ์ และครอบครัว พร้อมแสดงความห่วงใยและอวยพรให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

 

ด้าน นายอนุทิน กล่าวว่า แม้สถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันจะมีความตึงเครียด และอาจมีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชา แต่ทหารไทยยังคงอดทนและยึดมั่นในกฎกติกาสากลอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ขอยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ที่อาจมีการสร้างกระแสเพื่อเพิ่มยอดผู้ชม ขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานกองทัพและภาครัฐเป็นหลัก