ปฏิบัติการทางทหาร
* การโจมตีร่วม: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ ได้เริ่ม "ปฏิบัติการรบหลัก" ในอิหร่านร่วมกับกองกำลังอิสราเอล โดยมีการใช้กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี (รวมถึงเรือ USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R. Ford) พร้อมด้วยฝูงบินรบจากฐานทัพทั่วตะวันออกกลาง
* เป้าหมาย: มีรายงานเหตุระเบิดในเมืองสำคัญหลายแห่ง ได้แก่ เตหะราน, กุม (Qom), อิสฟาฮาน (Isfahan), คาราจ (Karaj) และเคอร์มานชาห์ (Kermanshah) เป้าหมายเฉพาะเจาะจงรวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ ฐานทัพทหาร และโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ นอกจากนี้มีรายงานว่ามีการโจมตีใกล้กับที่ทำการของผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ด้วย
* ขอบเขต: เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าแคมเปญนี้มีขอบเขตกว้างขวางกว่าการโจมตีแบบจำกัดวงในเดือนมิถุนายน 2025 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "กวาดล้าง" อุตสาหกรรมขีปนาวุธและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน
วัตถุประสงค์ทางการเมือง
* การเปลี่ยนระบอบการปกครอง (Regime Change): ในการแถลงผ่านวิดีโอบน Truth Social ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนระบอบการปกครอง โดยกล่าวกับพลเมืองอิหร่านว่า "ชั่วโมงแห่งเสรีภาพของพวกคุณมาถึงแล้ว" และเรียกร้องให้ประชาชน "เข้ายึดรัฐบาลของพวกคุณคืนมา"
* คำขาดด้านนิวเคลียร์: การโจมตีเกิดขึ้นหลังจากความพยายามในการเจรจารอบสุดท้ายที่เจนีวา นำโดยตัวแทนสหรัฐฯ (Steve Witkoff และ Jared Kushner) ล้มเหลว โดยสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ทั้งหมดและส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธ
* ความไม่สงบในประเทศ: ปฏิบัติการทางทหารนี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ทั่วประเทศอิหร่านที่ดำเนินมาตั้งแต่ปลายปี 2025 อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจล่มสลายและการกดขี่ทางการเมือง
ปฏิกิริยาและผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที
* การตอบโต้จากอิหร่าน: อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าและประกาศเตือนว่าจะมีการตอบโต้ "อย่างรุนแรง" ต่ออิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค มีรายงานว่าผู้นำสูงสุดคาเมเนอีถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย
* ผลกระทบในภูมิภาค: อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนที่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงอิรักได้ประกาศปิดน่านฟ้าเช่นกัน
* การอพยพนานาชาติ: ประเทศมหาอำนาจ รวมถึงจีน ได้ออกประกาศด่วนให้พลเมืองของตนอพยพออกจากอิหร่านโดยทันที
บุคคลสำคัญ
* โดนัลด์ ทรัมป์: ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการดำเนินการ "ชิงลงมือก่อน" (Preemptive action) ที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ
* อิสราเอล คัตซ์ (รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล): ยืนยันการเข้าร่วมของกองทัพอิสราเอล (IDF) โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญเพื่อ "กำจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล"
* มาร์โก รูบิโอ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ): ย้ำว่าการที่อิหร่านปฏิเสธที่จะหารือเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธทำให้การใช้กำลังทางทหารกลายเป็น "ปัญหาใหญ่" ที่รัฐบาลอิหร่านต้องเผชิญ