svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อธ.อัยการสอบสวน ลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลัง อสส.สั่งฟ้องมิน-แซม

19 ก.พ. 2569

18 บอส “คดีดิไอคอน” อ่วม สำนวน 2 กำลังตามมา อัยการสอบสวนลุยต่อ หลัง อสส.ชี้ขาดฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” สำนวนแรก ทำให้บอสทั้ง 18 คนโดนสั่งฟ้องครบ

19 กุมภาพันธ์ 2569 นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดิไอคอน สำนวนที่ 2  ซึ่งคดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่ง รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และตั้งให้ดีเอสไอเป็นพนักงานสอบสวนโดยมีอัยการจากสำนักงานการสอบสวน เข้าไปร่วมสอบสวน มีตนเป็นหัวหน้าคณะของอัยการ ซึ่งในคดีดิไอคอนดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็นสองกรณีด้วยกัน
 

คือในกรณีที่ผู้เสียหายอยู่ในประเทศไทย และได้มีการโอนเงินในประเทศไทย ไปยังดิไอคอนกรุ๊ป อันนี้ถือว่าเป็นความผิดในราชอาณาจักร ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางโซเชียลมีเดีย และเชื่อถือในตัวแม่ทีมต่างๆ หรือคนชักจูงต่างๆ จึงมีการโอนเงิน ไปยังดิไอคอนกรุ๊ป กรณีดังกล่าวนี้อัยการสูงสุดเห็นด้วยว่า ต้องแบ่งเป็นความผิดทั้งในราชอาณาจักร และนอกราชอาณาจักร จึงได้มีคำสั่งเป็นสองกรณี
 

สำหรับคดีดิไอคอนกรุ๊ปคือ เป็นคดีในราชอาณาจักร เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนดีเอสไอแต่ผู้เดียวในการสอบสวนคดี เมื่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอความเห็นทางคดี เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เสนอไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นแตกต่าง โดยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาสองรายคือ บอสมินกับบอสแซม เมื่อสำนวนส่งกลับยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีความเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ  
 

ดังนั้นสำนวนจึงเสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา อัยการสูงสุดท่านปัจจุบันคือ นายอิทธิพล แก้วทิพย์ มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองราย ตามที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเสนอมา ดังนั้นผู้ต้องหาทั้งสองราย จึงจะต้องถูกฟ้องคดีเป็นคดีความผิดในราชอาณาจักร ซึ่งผู้ต้องหาคนอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา 
 

อธ.อัยการสอบสวน ลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลัง อสส.สั่งฟ้องมิน-แซม

นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนในสำนวนที่สอง เป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งทางอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปบ้างแล้ว แต่ต้องรอคำสั่งท่านอัยการสูงสุด โดยหลังอัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาด ความเห็นแย้งให้ฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแชม และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมินแล้ว ทางคดี ที่เกิดในราชอาณาจักร ซึ่งมีการฟ้องผู้ต้องหาไว้บางส่วนแล้ว ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ก็จะต้องนำผู้ต้องหาสองคน คือบอสแซมกับบอสมินฟ้องรวมต่อศาลอาญา 
 

อธ.อัยการสอบสวน ลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลัง อสส.สั่งฟ้องมิน-แซม

แต่ในสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นสำนวนที่อัยการสำนักงานการสอบสวน รับผิดชอบกับดีเอสไอ จะเป็นในส่วนผู้เสียหายที่อยู่ต่างประเทศ โดยจะมีการสอบสวนร่วมกันเพื่อ ให้ได้พยานหลักฐานถึงผู้ต้องหาทุกราย ดังเช่นคดีที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรทั้งหมด โดยจะมีการนัดประชุมกับคณะทำงานของดีเอสไอเร็วๆ นี้ต่อไป
 

ที่ผ่านมาทางอัยการสอบสวน ร่วมกับดีเอสไอทำการสอบสวนพยาน เดินหน้าไปได้เกิน 50% แล้ว และเมื่ออัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้อง บอสมินกับบอสแซม ในสำนวนที่ 2 ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นชุดเดียวกับคดีแรก ทางเราก็จะสอบสวนในส่วนการกระทำผิดของทั้ง 2 คนรวมไปด้วย ก่อนหน้านี้เราจะติดปัญหาว่า ผู้ต้องหาอีกสองคน จะถูกฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ เมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาสองรายแล้ว จะทำให้การสอบสวนในคดีนอกราชอาณาจักรง่ายขึ้น
 

 

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า การสอบสวนที่มีปัญหาในคดีนอกราชอาณาจักร เกิดจากผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ ทางเราจึงยังสอบพยานผู้เสียหายซึ่งอยู่หลายๆ ประเทศ มากกว่า 30 ราย เราก็ต้องมาประชุมกันว่า จะสอบสวนอย่างไร จะต้องเดินทางไปสอบสวนต่างประเทศ หรืออาจจะมีการประสานให้กลับมาให้ถ้อยคำในประเทศ ทั้งนี้การสอบสวน เราไม่สามารถที่จะสอบสวนผ่านระบบออนไลน์ได้ มันจะต้องสอบสวนลงในสำนวน และยังมีประเด็นเรื่องการยื่นขอเงินคืน ที่ตัวผู้เสียหายต้องมาให้การต่อพนักงานสอบสวน ด้วยตนเอง และทางคณะพนักงานสอบสวน ยังต้องพิจารณาในกฎหมาย เรื่องการขอความร่วมมือตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ แต่ขั้นตอนนี้ก็อาจจะใช้ระยะเวลานานเกินไป เราก็กำลังพิจารณาและจะมีการประชุมกันในเร็วๆ นี้ 
 

หลังจากนี้ ก็จะเร่งสอบสวนเพิ่มเติมก็จะดูรายละเอียด ในประเด็นการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่อัยการสูงสุดชี้ขาดด้วย และในส่วนผู้เสียหายเดิมที่เคยให้การไว้ใน ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเราจะต้องสอบสวนพยานหลักฐานให้สัมพันธ์กับคดีที่ 1 ที่ อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาไปแล้ว
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดิไอคอนสำนวนแรก ที่อัยการยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ต่อศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกวันที่ 18 มี.ค.2569  โดยนัดสืบ พยานโจทก์109 ปาก สืบพยานจำเลย 50 ปาก ซึ่งนัดสืบพยานนัดสุดท้ายวันที่  21 ส.ค.2569 ก่อนจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
 

สำหรับคดีดิไอคอนสำนวนแรก อัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการใน ลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต"
 

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 ส.ค.63 ถึงวันที่ 31 ส.ค.67 ใน ท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ  และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท  
 

นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล หรือบอสพอล
 

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 17 รายในขณะนั้นที่อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องต่อศาลอาญามีดังนี้
 

บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์รกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1 ,นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2, นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือบอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3, นายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4, น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5, นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6, น.ส.ณัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือบอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7, น.ส.ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8, นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือบอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9, นายธวินทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือบอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10, น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือบอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11, น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือบอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12, นายเชษฐ์ณภัทร อภิพัฒนกานต์ หรือบอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13, นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14, นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือบอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15, นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือบอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19
 

ในส่วน นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแชม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 ทางอัยการคดีพิเศษก็จะนัดผู้ต้องหาทั้งสองมายื่นฟ้อง ตามคำชี้ขาดของอัยการสูงสุด ตกเป็นจำเลยต่อศาลต่อไป
 

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้ทางอัยการคดีพิเศษ อยู่ระหว่างส่งหมายวันนัด (ยังไม่ระบุวัน) ให้กับผู้ต้องหาทั้งสองมาพบอัยการ เพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป

อธ.อัยการสอบสวน ลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลัง อสส.สั่งฟ้องมิน-แซม