svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ด่วน! อสส.ชี้ขาดให้ฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” ดิไอคอน เตรียมนัดยื่นฟ้อง

18 ก.พ. 2569

ด่วน! อัยการสูงสุดมีความเห็นชี้ขาดให้ฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” คดีดิไอคอน เตรียมนัดตัวมายื่นฟ้องต่อศาล หากเบี้ยวให้ดีเอสไอติดตามตัวส่งอัยการฟ้อง

18 กุมภาพันธ์ 2569 ความคืบหน้าคดี “ดิไอคอน กรุ๊ป” ภายหลังจากที่อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง 16 บอส ใน 5 ข้อหาหนัก ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ , ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจฯ และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ในคดี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป 
 

ส่วน นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม , น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน อัยการคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้อง เหตุพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา ทำให้ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำความเห็นแย้ง เห็นควรฟ้อง บอสแซม และ บอสมิน ใน 5 ข้อหาหนักเช่นกัน
 

ซึ่งตามขั้นตอน เมื่ออธิบดีดีเอสไอ มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยความเห็นแย้งดังกล่าว จะถูกส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาชี้ขาดความเห็นแย้งนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1  

 

อ่านเพิ่มเติม : อัยการสั่งฟ้องคดี 16 บอส “ดิไอคอน กรุ๊ป” 5 ข้อหาหนัก ส่วน “บอสแซม-บอสมิน” รอด

งานเข้า! DSI เห็นแย้ง อัยการ เห็นควรฟ้อง บอสแซม-บอสมินมิน ดิไอคอน

เปิดเหตุผล ดีเอสไอเห็นแย้งอัยการ สั่งฟ้อง บอสมิน – บอสแซม

 

ด่วน! อสส.ชี้ขาดให้ฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” ดิไอคอน เตรียมนัดยื่นฟ้อง

 

ล่าสุด มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา มีหนังสือความเห็นชี้ขาดของอัยการสูงสุด ได้ส่งมาที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ เห็นควรชี้ขาดตามความเห็นของอธิบดีเอสไอ "ให้ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย"
 

โดยหลังจากนี้ขั้นตอนต่อไป ทางอัยการคดีพิเศษจะมีการนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสอง มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดต่อไป หากตัวผู้ต้องหายังไม่มาตามนัดของอัยการคดีพิเศษ ทางสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ก็จะมีหนังสือให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปนำตัวผู้ต้องหามาส่งพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาต่อไป 
 

น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน
 

มีรายงานว่า คดีนี้เดิมอัยการคดีพิเศษ สั่งไม่ฟ้อง บอสมิน-บอสแซม โดยให้เหตุผลว่า พยานหลักฐาน รวมถึงสัญญาจ้างระบุว่า  ทั้งสองเป็นเพียงพรีเซนเตอร์ และการขึ้นเวทีพูดในลักษณะขายสินค้า ไม่ได้ชักชวนคนมาสมัคร แตกต่างจาก นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์ ซึ่งชวนคนมาสมัคร และในสัญญาจ้างแม้ระบุเป็นผู้บริหาร แต่ก็เป็นเรื่องขายโปรดักส์ ไม่ได้เป็นเรื่องชวนคนมาสมัคร 
 

นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์
 

แหล่งข่าวจากดีเอสไอระบุว่า คดีนี้ทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแย้งทุกข้อหา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่คณะทำงานพิจารณาจากพยานหลักฐาน มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องถูกต้องแล้ว ที่อัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องเพราะว่า จากพยานหลักฐานไม่เชื่อว่า เป็นการกระทำผิด และทั้งสองคนมีสัญญา และทำงานได้เงินตามสัญญานั้น ทางอธิบดีดีเอสไอไม่เห็นด้วย จึงทำความเห็นแย้งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด
 

ส่วนเหตุผลที่อธิบดีดีเอสไอเห็นแย้งในตอนนั้น เนื่องจากมองว่า จากการสืบสวนสอบสวนตามเดิมว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีหลักฐานว่า ไปเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งได้รับค่าจ้าง ค่าตอบแทนที่สูง ทั้งตัวบอสมินและบอสแซม แม้จะอ้างว่า รับจ้างเป็นแค่พรีเซนเตอร์ แต่กลับมีการดำเนินการมากกว่าปกติ ขึ้นเวทีบรรยายอวดอ้าง เป็นการโน้มน้าวชักจูง จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก น่าจะรู้เห็นถึงแผนธุรกิจ มากกว่าแค่เป็นพรีเซนเตอร์ และน่าจะรู้ว่าดิไอคอนเป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่แรก เพราะประชาชนที่โดนหลอกลงทุน เชื่อมั่นในบอสแซมกับมินว่า เป็นระดับผู้บริหารในบริษัทดิไอคอน ก็เลยมาลงทุนซื้อของ กับบริษัทนี้  บทบาทไม่ต่างกับบอสกันต์
 

และนอกจากนี้ คดีดิไอคอนยังมีสำนวนที่ 2 ที่เป็นคดีนอกราชอาณาจักรอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยผู้ต้องหาเป็นกลุ่มคนชุดเดียวกับสำนวนแรก  ถ้าไม่ทำความแย้งไปคดีที่ 2 นี้ แจ้งข้อหาบอสมินกับบอสแซมไม่ได้
 

และยังมีข้อสำคัญอีกประการ คดีนี้เป็นคดีสำคัญ คดีที่ดีเอสไอสั่งฟ้องแต่เดิม ก็เป็นความเห็นของอธิบดีดีเอสไอ เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเห็นสมควรฟ้องไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุกลับคำสั่งตัวเอง