สำหรับการตรวจค้นในครั้งนี้ มีเพียงทนายความพระ รวมถึงแม่ชี เข้ามาร่วม สังเกตการณ์ และก็ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่พบ "ครูบาชัยวัฒน์" เจ้าสำนักสงฆ์ ซึ่งทางทนายความอ้างว่า "ครูบาชัยวัฒน์" เดินทางไปรับกิจนิมนต์ ที่ จ.อุบลราชธานี
ด้านตำรวจ ปทส.ยืนยันว่า จากการตรวจสอบในทางลับ และรวมถึงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบว่า วัดป่าชนะใจ ถือครอง ส.ป.ก.รวมทั้งสิ้น 13 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 2,000 ไร่ หลังจากนี้จะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ส.ป.ก. และป่าไม้ เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้บุกรุก ซึ่งในกรณีของป่าชนะใจถือว่า ไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยหลังจากที่มีการแจ้งความแล้ว จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า เงินที่นำมาในการปรับแต่งพื้นที่ และก่อสร้าง มาจากที่ไหน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบถึงขั้นตอนการขออนุญาต ติดตั้งระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ใครดำเนินการยื่นขอ ซึ่งวันนี้ในระหว่างที่เข้าตรวจค้นก็พบ บริษัทรับเหมา ได้เข้ามาติดตั้งเสาไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วย
สำหรับวัดป่าชนะใจ ก่อตั้งเมื่อปี 66 มีการยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติฯ เรื่อยมา แต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน รวมถึงพบข้อพิรุธ ในเอกสารประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันสถานที่ดังกล่าว จึงเป็นเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น โดยมีพระสงฆ์ มาอาศัยอยู่ 13 รูป
เบื้องต้นทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นพระที่มีต้นสังกัดในจังหวัดเลย และอุบลราชธานี เบื้องต้นได้ประสานไปยังวัดต้นสังกัดให้เรียกตัวกลับไป นอกจากนี้ ยังพบแม่ชีมาอาศัยอยู่ อีก 23 รูป และมีคนที่มารอบวชอีกหลายสิบคน
สำหรับครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งอ้างเป็นหัวหน้าสงฆ์ ของที่พักสงฆ์แห่งนี้ ถือว่าเป็นพระรูปหนึ่ง มีการเลื่อนสมณศักดิ์ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งบวชได้เพียง 2 พรรษา ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย เมื่อปี 66 จากนั้นได้มาตั้งที่พักสงฆ์วัดป่าชนะใจแห่งนี้ และได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นครูบาชัยวัฒน์ ในปัจจุบัน