ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทรัพยากรธรรมชาติ ยังระบุต่ออีกว่า การตั้งเสาในเขตป่าไม้และเขตป่าอนุรักษ์นั้นจำเป็นต้องขออนุญาตอย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น
ชายแดนฝั่งกัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว ไปจนถึงจังหวัดตราด ส่วนชายแดนฝั่งเมียนมา ทางคณะกรรมาธิการฯ จะขอตรวจสอบพิกัดเสาในทุกจุด เริ่มตั้งแต่จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย
ล้วนอยู่ในเขตป่าไม้ ป่าสงวน และป่าอนุรักษ์ ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การดำเนินการที่ถูกต้องไม่ควรจำกัดอยู่แค่การรื้อถอนเสาเท่านั้น แต่ต้องมีการดำเนินคดีทางด้านป่าไม้และอุทยานด้วย
นายชีวะภาพ กล่าวด้วยว่า ในการประชุม คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อขอพิกัดทางภูมิศาสตร์ทั้งหมดของเสาสัญญาณในเขตชายแดนทั้งเมียนมาและกัมพูชา นอกจากนี้ ยังได้เชิญกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมา เพื่อชี้แจงจำนวนเสาที่ได้รับอนุญาต หากพบเสาที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตและเอื้อประโยชน์ต่อสแกมเมอร์ จะต้องถูกรื้อถอนและถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดทรัพย์ กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลควรต้องทราบอยู่แล้วว่าการตั้งเสาแต่ละต้นจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด