3 ช่องโหว่ทำ "พะตง" เสียน้ำตา กับ 5 มาตรการสกัด "ปืนเข้า รร."
12 ก.พ. 2569
3 ช่องโหว่ทำ "พะตง" เสียน้ำตา กับ 5 มาตรการสกัด "ปืนเข้า รร." ถือเป็น “บท(ไม่ยอม)เรียน” ของสังคมไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ข่าว
12 ก.พ. 2569
3 ช่องโหว่ทำ "พะตง" เสียน้ำตา กับ 5 มาตรการสกัด "ปืนเข้า รร." ถือเป็น “บท(ไม่ยอม)เรียน” ของสังคมไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
12 กุมภาพันธ์ 2569 โศกนาฏกรรมที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถือเป็น “บท(ไม่ยอม)เรียน” ของสังคมไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
เพราะย้อนกลับไปในห้วงเวลาไม่ถึง 4 ปี มีเหตุรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน และที่เกิดในสถานศึกษามากมาย
-6 ต.ค.65 เหตุกราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 38 ราย เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็กอายุแค่ 2-5 ขวบเท่านั้น ผู้ก่อเหตุคืออดีตตำรวจที่ถูกออกราชการในคดียาเสพติด
-3 ต.ค.66 เหตุกราดยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุแค่ 14 ปี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 5 ราย
ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสตื่นตัวเรื่องการป้องกันภัยที่ใกล้ตัวเข้ามาทุกที
จาก “มือปืน” หรือ “คนถืออาวุธ” ที่เรียกว่า Active Shooter ที่ทำให้เกิดเเหตุการณ์กราดยิงในที่สาธารณะบ่อยครั้ง และหลายครั้งเกิดในสถานศึกษาเหมือนในต่างประเทศ
มีการอบรม “หนี ซ่อน สู้” จัดทำหลักสูตรสอนเด็กและเยาวชนกันอย่างคึกคักอยู่ช่วงหนึ่ง ถึงขั้นเสนอมาตรการให้ทุกโรงเรียนห้ามเปิดประตูโดยไม่มีเหตุจำเป็น หรือต้องมีสัญญาณเตือนภัย แจ้งไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดได้
แต่หลังจากเเหตุการณ์ร้ายผ่านพ้นมาไม่นาน ทุกอย่างก็ค่อยๆ จางหายไป กระทั่งมาเกิดโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โดยครั้งนี้ ผอ.โรงเรียน ซึ่งเป็นสุภาพสตรี ต้องสังเวยชีวิต
พ.ต.ท.จิตพงศ์ ภู่บัวเผื่อน รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หรือ “พลร่มค่ายนเรศวร” เจ้าของเพจ ให้ความรู้ด้านยุทธวิธีชื่อดัง APE Knight ให้สัมภาษณ์ใน รายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว อธิบายถึงช่องโหว่และมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งถือเป็น “เป้าหมายอ่อนแอ” หรือ soft Target
พ.ต.ท.จิตพงศ์ วิเคราะห์ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีช่องโหว่สำคัญ 3 ประการ ที่ทำให้การระงับเหตุคนคลุ้มคลั่ง ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อน ไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายบานปลายมาเป็นเหตุการณ์ยิงในโรงเรียน
1.Mindset Gap หรือ ช่องว่างทางวิธีคิด เหตุการณ์นี้ตำรวจท้องที่ต้องเผชิญความท้าทายในการตัดสินใจ ด้วยความเป็นตำรวจท้องที่ อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาด้วย ฉะนั้นหากตัดสินใจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ก็จะถูกครหา แต่หากใช้ไม้อ่อนเกินไป ก็ระงับเหตุไม่อยู่
หลักการที่ควรใช้คือ "Use force now, less force later" คือหากตัดสินใจใช้กำลังที่เหมาะสมในการระงับเหตุตั้งแต่วินาทีแรก ที่บ้านของผู้ก่อเหตุ หรือที่จุดแย่งชิงปืนไปจากตำรวจ เเหตุการณ์จะไม่บานปลายไปถึงโรงเรียน
2.Equipment Gap หรือ ช่องว่างด้านอุปกรณ์ การระงับเหตุคนร้ายที่มีอาวุธมีดหรือขวานเข้าทำร้ายตำรวจ และชิงปืน หากตำรวจมีอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ปืนไฟฟ้า โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีประจำกายตำรวจทุกนายอย่างทั่วถึง จะช่วยให้กล้าตัดสินใจระงับเหตุได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการกระทำเกินกว่าเหตุ
3.Training Gap หรือ ช่องว่างด้านการฝึกอบรม เพราะการจะรับมือกับเเหตุการณ์เฉพาะหน้าแบบนี้ได้ มีความจำเป็นในการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง โดยเฉพาะตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง เพื่อให้ตำรวจกว่า 2 แสนนายมีวิธีคิดและทักษะการใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องตามสถานการณ์
1.Deter หรือ การป้องปราม เพื่อตัดวงจรความตั้งใจของคนร้าย เช่น การให้ตำรวจเพิ่มความถี่ในการตรวจ, การมี รปภ. ประจำจุด และการทำโครงสร้างโรงเรียนให้แข็งแกร่ง
2.Detect หรือ การตรวจจับ เช่นการใช้กล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงเพื่อแจ้งเตือนให้ไว รวมถึงการใช้ "กล้องวงจรปิดมีชีวิต" คือคนในชุมชนรอบโรงเรียนที่ช่วยเป็นหูเป็นตา
3.Deny คือ การปฏิเสธการเข้าถึง เช่น การมีรั้วรอบขอบชิดที่แข็งแรง มีประตูปิด-เปิดที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าถึงพื้นที่ภายในได้ง่าย
4.Delay หรือ การหน่วงเวลา หมายถึงหากคนร้ายเข้ามาในพื้นที่ของโรงเรียนได้ ต้องมีมาตรการหน่วงเวลา เช่น ประตูอาคารหรือประตูห้องเรียนที่ล็อคได้แน่นหนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการมีเวลาเดินทางไปถึง
5. Defend หรือ การตอบโต้ป้องกัน ด้วยการใช้ชุดรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ หรือการมีระบบแจ้งเหตุที่เชื่อมต่อกับตำรวจโดยตรงเพื่อเข้าไประงับเหตุได้ทันที
