อัยการจับมือ สคบ.ร่วมมือด้านคุ้มครองสิทธิ ช่วยเหลือผู้บริโภค
05 ก.พ. 2569
อัยการจับมือ สคบ.ร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิ ช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้บริโภค “โกศลวัฒน์” อธ.อัยการ สคช.เชื่อส่งผลคดีรวดเร็วเป็นธรรม
ข่าว
05 ก.พ. 2569
อัยการจับมือ สคบ.ร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิ ช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้บริโภค “โกศลวัฒน์” อธ.อัยการ สคช.เชื่อส่งผลคดีรวดเร็วเป็นธรรม
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้บริโภค ร่วมกับ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนสำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.)
โดยมีนางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด และนายสุวิทย์ วิจิตรโสภา รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 5สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
การลงนามครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างสองกลไกหลักของประเทศด้านการคุ้มครองสิทธิประชาชน เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนจาก “การประสานงาน” ไปสู่ “การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อ” มุ่งแก้ไขความเดือดร้อนของผู้บริโภคให้เห็นผลจริง ลดขั้นตอน
ลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยมีสาระสำคัญของความร่วมมือ สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน ดังนี้
1. บูรณาการการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้บริโภค สนับสนุนและเร่งรัดการแก้ไขความเดือดร้อนด้านสิทธิผู้บริโภคเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
2. พัฒนาระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูล จัดทำระบบส่งต่อข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ คำขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายและระบบติดตามผลแบบครบวงจร ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน
3. เสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจร่วมกัน ทั้งในระดับบุคลากรของสองหน่วยงาน และประชาชน เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ กระบวนการดำเนินงาน และแนวทางแก้ไขความไม่เป็นธรรม
4. เผยแพร่ความรู้และช่องทางการใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภครู้เท่าทัน รู้สิทธิ และสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างมั่นใจ
5. กำหนดผลบังคับใช้ชัดเจน โดยบันทึกความตกลงฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันที่ผู้มีอำนาจลงนามของทั้งสองฝ่ายเป็นต้นไป
ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับการบริการประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโครงสร้างการทำงานใหม่ที่เชื่อมโยง “การคุ้มครองผู้บริโภค” เข้ากับ “กระบวนการยุติธรรม” อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกเรื่องร้องทุกข์มีช่องทางไปต่อ และทุกความเดือดร้อนมีระบบรองรับที่ชัดเจน
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ กล่าวภายหลังพิธีลงนามว่า “การลงนามในวันนี้ คือ การยกระดับการทำงานของภาครัฐให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง เราจะไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง
ความร่วมมือระหว่าง สคบ. และสำนักงานอัยการสูงสุด จะทำให้ทุกเรื่องร้องทุกข์ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบรวดเร็ว และโปร่งใส เพราะสำหรับเรา สิทธิของประชาชนไม่ใช่เรื่องรอง แต่คือ ภารกิจหลักที่ต้องปกป้อง
อย่างถึงที่สุด” การผนึกกำลังครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างหลักประกันความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย และตอกย้ำเจตนารมณ์ของภาครัฐในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทยเข้มแข็ง ทันสมัย และสัมผัสได้จริงในทุกมิติ
นายโกศลวัฒน์ อธิบดีอัยการ สคช.กล่าวว่า โดยปกติอัยการ สคช. เราก็ร่วมมือกันกับ สคบ.ด้วยดีอยู่แล้ว แม้ไม่มีเอ็มโอยู เพราะ สคช.เราพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยราชการทุกหน่วย แต่พอมีเอ็มโอยูก็อาจจะมีข้อตกลงที่ทําให้เราเนี่ยประสานงานกันได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยคํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนและผู้บริโภคเป็นสําคัญ
เเละเป็นการลดขั้นตอนในการประสานงาน การดําเนินการต่างๆที่จะร่วมมือกันทํางานเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
รวมถึงเรื่องการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนในฐานะที่ประชาชนเป็นผู้บริโภค
คิดว่าสิ่งที่เราจะเห็น ก็คือการประสานงานอย่างรวดเร็ว การลดขั้นตอนต่าง ส่วนขั้นตอนวิธีคงจะมีการหารือกันในเร็วๆนี้
ขณะเดียวกัน กระบวนการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางอัยการก็มีสํานักงานอัยการคุ้มครองผู้บริโภคฯ
ก็ต่อไปจะได้ร่วมมือกันเพื่อแบ่งเบาภาระ เเละลดปัญหาผู้บริโภค วันนี้เราเห็นหลายอย่าง ที่จะต้องปรับให้ตรงกับสภาวะเศรษฐกิจ สภาวะสังคมที่เปลี่ยนไป
อธิบดีอัยการ สคช.กล่าวต่อว่าการเซ็น MOU วันนี้จะมีเรื่องการพัฒนาระบบการส่งต่อข้อมูล อย่างรวดเร็ว
การดูเเลประชาชนจะเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เป็นไปตามนโยบายอัยการสูงสุด ที่ท่านให้เร่งรัดความเป็นธรรมนําความยุติธรรมไปให้ถึงประชาชน
ที่ผ่านมาคดีผู้บริโภคถูกส่งมายังอัยการมีปริมาณมาก พอสมควร ซึ่งเราก็มีอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะที่จะรับคดีจาก สคบ.ยื่นฟ้องคดี MOU ในวันนี้ก็จะส่งผลให้ทางอัยการทําคดีได้รวดเร็วขึ้นแน่นอน หลังจากนี้ ทางอัยการก็จะดูเรื่องอัตรากําลัง เพื่อจะรองรับงานต่างๆตามสภาวะเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนไปในตอนนี้เราจะพยายามพัฒนาต่อเนื่อง
