อธิบดีอัยการ สคช. เตือน นักเลงคีย์บอร์ด วิจารณ์คดีดังจนถูกฟ้อง
25 ม.ค. 2569 | suwat_pan

อธิบดีอัยการ สคช. เตือน นักเลงคีย์บอร์ด วิจารณ์คดีจนถูกฟ้องดำเนินคดี ชี้ เชื่ออย่างเดียวปราศจากหลักฐานตกเป็นผู้ต้องหา ผลบางรายพลิกจากผู้ต้องหากลายเป็นผู้เสียหาย
ข่าว
25 ม.ค. 2569 | suwat_pan

อธิบดีอัยการ สคช. เตือน นักเลงคีย์บอร์ด วิจารณ์คดีจนถูกฟ้องดำเนินคดี ชี้ เชื่ออย่างเดียวปราศจากหลักฐานตกเป็นผู้ต้องหา ผลบางรายพลิกจากผู้ต้องหากลายเป็นผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิประชาชนฯ (สคช.)โพสต์เฟซบุ๊กเตือนนักเลงคีย์บอร์ด กรณีที่มีการออกมาวิจารณ์คดีที่เป็นประเด็นในสังคมว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คนถูกวิจารณ์ย่อมถูกละเมิดศักดิ์ศรี คนวิจารณ์ก็อาจละเมิดสิทธิของตนเองเพราะไปวิจารณ์ล้ำเส้นผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดี หมิ่นประมาท ,พรบ. คอมพิวเตอร์ โทษหนักถึงจำคุกได้
หยุดเถอะครับ หยุดวิจารณ์ในสิ่งที่เราไม่รู้จริง ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุกับเขา หยุดเป็นนักเลงคีย์บอร์ด เพราะทุกโพสต์ในโซเชียล ถูกบันทึก ไว้ได้ตลอด มีราคาที่ต้องรับผิดชอบ จะย้อนรอยมา เป็นหลักฐานในการถูกดำเนินคดีกันได้นักเลงคีย์บอร์ด
มักจะอบอุ่นในโซเชียล แต่ไปโดดเดี่ยวอยู่ในศาล เพราะคุณถูกฟ้องหมิ่นประมาทหรือผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ฯคนเดือดร้อนคือตัวคุณ คนห่วงใยคือคนที่รักคุณ แต่ชาวโซเชียล ไปอยู่ข้างคุณในศาลกันหรือไม่เพร่ะ ถึงวันนั้นตัวใครตัวมัน
นายโกศลวัฒน์ ระบุต่อว่า หลายเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นในสังคมถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ถือว่าเริ่มดำเนินคดี พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนตามกฏหมาย และกฎหมายบอกให้สอบสวนให้ได้ความจริง และนำความจริงมาพิจารณาดำเนินคดี
ความจริงจากการสอบสวนจะเกิดขึ้น รอกันหน่อย แม้จะช้าสักนิด แต่ก็ควรจะรอ เพราะหลายคนผลีผลาม เร่งสรุป เร่งออกความเห็น ต่อมาเมื่อพิสูจน์ความจริง หรือศาลตัดสินแล้ว ไม่เป็นอย่างที่เขียนกันเอาไว้ วันนั้นจะกล้ารับผิดชอบกันหรือไม่ แต่คู่กรณีต้องการให้รับผิดชอบตามกฎหมาย เพราะทุกคอมเม้นต์ทุกความเห็นในโซเชียลมีราคาที่ต้องรับผิดชอบ
ถึงวันนั้นคดีจะตามมา หลายราย มานั่งขอให้อัยการคุ้มครองสิทธิฯ ช่วยไกล่เกลี่ยช่วยขอโทษ เพื่อจะบรรเทาผลร้ายเพราะการบรรเทาผลร้าย คือเหตุบรรเทาโทษในศาล ที่ศาลอาจใช้ดุลย์พินิจลดโทษลง
สังคมทุกวันนี้ ใครรู้กฎหมาย ใครมีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยกฏหมายย่อมเป็นต่อ เพราะบางรายเป็นผู้ต้องหาแท้ๆ อาจกลับสถานการณ์กลายเป็นผู้เสียหายได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนใครไม่รู้กฎหมาย ไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยกฏหมาย เมื่อตกเป็นผู้เสียหายอาจแก้ปัญหาไม่เป็น ตัดสินใจผิดจนกลายเป็นผู้ต้องหา
หลายรายมานั่งปรึกษาอัยการคุ้มครองสิทธิ ฟังแล้วก็ปวดหัวแทน แต่ก็ต้องเดินหน้าแก้ปัญหากันต่อไปให้ถูกกฎหมาย
ฝากความห่วงใยถึงชาวโซเชียล ไม่รู้อะไรจริง ไม่ควรวิจารณ์ เมื่อเกิดปัญหา จะตอบโต้ ก็อย่าโต้ผิดทาง จนตกเป็นผู้ต้องหาและผู้เสียหายกันในเวลาเดียวกัน คดีจะแตกลูก แตกหลาน เมื่อนั้น ความทุกข์ ก็แตกลูกแตกหลานเช่นกัน อย่าแสวงหาความทุกข์เพราะความไม่รู้ เพราะขาดทักษะในการปกป้องตนเองกันเลย กฎหมายคุ้มครองทุกคนกันอยู่แล้วสิทธิของเราจึงควรใช้กฎหมายในการป้องกันเรา ไม่ใช่ให้กฎหมายกลับมาลงโทษเรา เพราะความไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้วยความ ห่วงใยอยากให้สังคมสงบสุข ไม่วิ่งหาทุกข์ใส่ตัว จะทำอะไรต้องมีสติ ยั้งคิด รอดูความจริง อย่าออกความคิดด้วยความเห็นด้วยความเชื่อ ที่ปราศจากหลักฐาน เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีกลับมาได้ ทุกปัญหาของชีวิตกฎหมายมีทางออก กฎหมายให้ทางแก้
ถ้ามองไม่เห็นทาง ลองปรึกษาอัยการโทรสายด่วน 1157 หรือเดินเข้าหาอัยการคุ้มครองสิทธิ มี 100 กว่าสาขาทั่วประเทศ ไปปรึกษา เพื่อชีวิตจะต้องเดินต่อ สังคมไทยทุกวันนี้ผมว่าสถานการณ์น่าห่วงใย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ไม่ใช่คู่กรณี แต่เอาตัวเข้าไปจนถูกดำเนินคดี
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือคุณค่าโดยกำเนิดที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ศาสนา เพศหรือฐานะใด เป็นหลักการพื้นฐานที่ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน และต้องได้รับความคุ้มครองให้พ้นจากการถูกละเมิด เช่น การถูกทรมาน การเลือกปฏิบัติ หรือการลดทอนคุณค่าความเป็นคน ซึ่งรัฐธรรมนูญไทยและปฏิญญาสากลฯ ต่างรับรองหลักการนี้เป็นหลักในการคุ้มครองสิทธิทุกคน เท่ากัน ใครละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก็ถูกลงโทษตามกฏหมายอาญา และชดใช้ค่าเสียหายในกฎหมายแพ่ง
ขอฝากไว้ให้สังคมด้วยความห่วงใยครับ ฝากแล้วไม่รับไม่เป็นไร อัยการคุ้มครองสิทธิมีหน้าที่แค่ช่วยเหลือ และไม่ทำร้ายใครครับ