svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"อนุทิน" ฟาดเดือด! พระราม 2 ประมาทซ้ำซาก "ห้อยแท่งปูนต่องแต่ง" ไม่ยอมดึงให้แน่น

16 ม.ค. 2569

นายกฯ "อนุทิน" ลงพื้นที่พระราม 2 จุดเครนถล่ม จวกผู้รับเหมาประมาทขั้นสุด ยกแท่งปูนค้างไว้ไม่ดึงให้แน่น ชี้จุดอันตรายที่สุดแต่กลับไม่ใส่ใจ ลั่นสั่งบอกเลิกสัญญา เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ ไม่สนร้องศาลปกครอง

16 มกราคม 2569 ช่วงบ่าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เครนถล่มที่ถนนพระราม 2 

โดยเมื่อมาถึงได้เข้ารับฟังรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และ กรมทางหลวง 

ซึ่งช่วงหนึ่ง พล.ต.ต.ธีระเดช รายงานเหตุการณ์ พร้อมกับเปิดคลิปนาทีเกิดเหตุแท่งปูน หรือเซ็กเมนต์ 13 ก้อนหล่นลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ขณะนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 2 ปาก คือ นายช่างผู้ควบคุมงาน และผู้เห็นเหตุการณ์

นอกจากนี้ นายสมพงษ์ ศรีสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รายงานการเยียวยาผู้เสียชีวิตได้เงินบำเหน็จชราภาพจากการเสียชีวิต 6,100 บาท / เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์อีก 35,000 บาท รวม 41,000 บาท 

ส่วนนายศราวุฒิ เวชการ ได้เงินบำเหน็จฯ 50,000 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์อีก 35,000 บาท รวม 40,000 บาท นอกจากนั้น นายศราวุฒิ ยังมีเงินประกันชีวิตของตัวเองอีกด้วย 2 บริษัท คือ ยอด 720,000 บาท และ 1,000,000 บาท 

"อนุทิน" ฟาดเดือด! พระราม 2 ประมาทซ้ำซาก "ห้อยแท่งปูนต่องแต่ง" ไม่ยอมดึงให้แน่น

ขณะที่ กรมทางหลวง ได้ชี้แจงการเคลียร์พื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุดกรมทางหลวง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วันตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี

จากนั้น นายอนุทิน ได้เข้าพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุที่เครนและแท่งปูน หรือเซ็กเมนต์ถล่มลงมา พร้อมกับตัวแทนของ "อิตาเลียนไทย" โดยใช้เวลาสอบถามข้อเท็จจริง รวมถึงดูสภาพพื้นที่ต่างๆ ประมาณ 20 นาที ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับนักข่าว 

นายกรัฐมนตรี บอกว่า วันนี้ตนเองลงมาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องทางเทคนิค เจ้าของงานคือกรมทางหลวง กำลังจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ

ส่วนการชี้แจงสาเหตุเบื้องต้น นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้ เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือต้องถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปทำการตรวจสอบ แต่แน่นอนว่า สาเหตุมาจากตัวทรัคเครน หรือ เครนลอนเชอร์ ล้มและทรุดตัวตรงนั้น ไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต

และหลังจากนี้ หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว จะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรง เรื่องที่ "สีคิ้ว" ก็เกิดขึ้นจาก "เครนลอนเชอร์" ตอนที่หิ้ว segment คอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีต ไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกัน เกิดขึ้นจากตัวโครงสร้างรองรับ

เมื่อถามว่าสรุปแล้วสาเหตุหลักมาจาก "เครนลอนเชอร์" ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ

“ตนเองได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า มีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้น ตนมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้ว ตนจึงถามไปว่า แล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีเวลาดึง ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ ทางหลวงอนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วคุณจะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจ สำหรับผมเรียกว่าทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึง ดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร"

และเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อนโดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสบุ๊ก ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ

พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ได้ตอบคำถามถึงกรณีเครนร่วงทับรถไฟที่ "สีคิ้ว" ทางผู้รับเหมาขอโอกาสรัฐบาลขอสานงานต่อทำให้เสร็จ ด้วยว่าตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาลได้เห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญา แต่ตรงนี้มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้

เมื่อถามถึง กรณีแบล็กลิสต์ นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องแบล็กลิสต์จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญา หรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญาทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว

ส่วนการถอดบทเรียนที่มีหลายครั้งกับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการมาใช้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้ รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน เขาก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงาน เราก็ต้องมานั่งดูว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไป เคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง

ซึ่งเราก็ต้องไปดำเนินคดี หรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญาซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้

"แต่รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการมันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ทางรัฐมนตรี จึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น " นายอนุทิน กล่าว 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจน ว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็เป็นโครงการต่อเนื่องรถไฟความเร็วสูงไทยจีนอำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่าพอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า "ก็ตามสบาย" สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้เพราะจะให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ใช่ ตนมองว่ายิ่งดี ยิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี ตอบกันไปเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น