เจ้าพนักงานตํารวจศาลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่าปฏิบัติการ จะมีอายุไม่เกิน 35 ปีคุณสมบัติหลักๆก็คือในเรื่องของ การศึกษา ก็ต้องจบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย หรือรัฐศาสตร์เเละบริหารรัฐกิจ
แต่ถ้ารัฐศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจ กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการลงเรียนวิชากฎหมายอาญา และวิชาวิธีพิจารณาความอาญาเอาไว้ด้วย หรืออาจจะเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ของโรงเรียนนายร้อยตํารวจก็จะเป็นหลักสูตรที่คุณสมบัติสามารถสอบเข้ามาได้
อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่าปฏิบัติงาน คุณสมบัติอายุไม่เกิน 27 ปี คุณวุฒิการศึกษา ต้องสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแต่ก็อาจจะต่ำกว่าระดับปริญญาตรี เช่น ปวส.หรือว่าประกาศนียบัตรต่างๆ หรือว่าคุณสมบัติตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศ
เมื่อเข้ามาแล้วก็ จะมีการบรรจุแต่งตั้ง โดยก่อนที่จะปฏิบัติงานก็ต้องมีการฝึก อบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานศาลยุติธรรม กําหนดเอาไว้ แล้วจึงออกปฏิบัติกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ทุกศาลในประเทศมีเจ้าพนักงานตํารวจศาลประจําการอยู่แล้ว 679 คน โดยเฉลี่ยศาลละ1- 4 คน ก็ขึ้นอยู่กับ ปริมาณคดี ภารกิจหน้าที่ของแต่ละศาล
อย่างศาลที่อาจจะมีอัตรากําลังของเจ้าหน้าตํารวจศาลมากกว่าที่อื่นหน่อย ก็อย่างเช่นศาลอาญามีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 8 คน
ในส่วนของความก้าวหน้าหรือว่าเส้นทางการรับราชการของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ของศาลยุติธรรมของเรา ถึงสูงสุดก็มีสิทธิ์ที่จะดํารงตําแหน่งได้จนกระทั่งถึงรองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม
ในอนาคตของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ที่เราคาดหวังคือการกระจายศูนย์กลางของการบริหารจัดการ ไปสู่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ ประสานงานของเจ้าพนักงานตํารวจศาลในแต่ละภาคขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทํางานของแต่ละภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม ยังได้กล่าวถึงผลงานหลักของตำรวจศาลที่ผ่านมามีบุกจับจำเลยตามหมายจับศาลหลายรายเเต่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งสถิติสรุปผลการติดตามจับกุมหมายจับของศาลโดยตำรวจศาล ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2564- 31ธ.ค. 2568 ตำรวจศาล หรือประมาณ4 ปี ตำรวจศาลจับกุมผู้ต้องหาเเละจำเลยตามหมายจับของศาลได้ถึง22,172 หมาย เฉพาะเมื่อปี 2568 ปีเดียว เจ้าพนักงานตํารวจศาลสามารถดำเนินการตามหมายจับดังกล่าวได้ถึง5,133 หมาย ถือเป็นผลงานที่ดี ทําให้กระบวนการยุติธรรมสามารถจะเดินไปด้วยฝีมือของเจ้าพนักงานตํารวจศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม