ดร.สุรชาติ ชี้ถล่มปั๊มน้ำมัน ปตท. สะท้อนใบสั่งเลือกตั้ง BRN
11 ม.ค. 2569
“ดร.สุรชาติ” วิเคราะห์ถล่มปั๊มน้ำมัน ปตท. 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจาะเป้าหมาย ศก. สะท้อนนัยใบสั่ง เลือกตั้งพรรคแนวร่วม ของ BRN
ข่าว
11 ม.ค. 2569
“ดร.สุรชาติ” วิเคราะห์ถล่มปั๊มน้ำมัน ปตท. 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจาะเป้าหมาย ศก. สะท้อนนัยใบสั่ง เลือกตั้งพรรคแนวร่วม ของ BRN
11 มกราคม 2569 จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการก่อวินาศกรรมรุนแรงในหลายพื้นที่พร้อมกันนั้น
ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์เหตุรุนแรงล่าสุดที่ชายแดนใต้เอาไว้อย่างน่าสนใจ
โดยเฉพาะการก่อเหตุที่ประจวบเหมาะกันหลายปัจจัย ทั้งวาระ 22 ปีไฟใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า รวมไปถึงการโจมตีพุ่งเป้าเชิงสัญลักษณ์ทำลายเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายยังเลือกช่วงเวลาใกล้กับวันเด็กแห่งชาติอีกด้วย
โดย อ.สุรชาติ บำรุงสุข ประเมินเป็นข้อๆ ดังนี้
1.รัฐบาลและกองทัพไทยติดกับดักอยู่กับเรื่องกัมพูชา สนใจปัญหาความมั่นคงอื่นน้อยลง โดยเฉพาะไม่สนใจภาคใต้
2.ความรุนแรง คือ เสียงสัญญาณถึงรัฐไทยว่า อย่าลืม BRN
3.สัญญาณถึงชุมชนในพื้นที่ในช่วงเวลาเลือกตั้งว่า BRN ยังมีแรงก่อการ จึงต้องเลือกคนที่เป็นแนวร่วม พรรคแนวร่วมที่ BRN นำเสนอ
4.การทำลายฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งการทำลายเศรษฐกิจด้วยการก่อการร้ายดำเนินต่อเนื่องมาตลอด
5.การวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เป็นการสร้างความกลัวในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อันตราย
6.ปั๊ม ปตท.มีลักษณะเป็นชุมชนในการเดินทาง และเป็นจุดแวะพักทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพราะมีร้านต่างๆ เป็นส่วนประกอบในปั๊ม
7.เป็นการทำลายกลุ่มทุน เพราะเจ้าของปั๊มเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนและนักการเมืองในพื้นที่
8.ถ้ามองในแบบเดิม การก่อเหตุกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ จะนำไปสู่การเรียกค่าคุ้มครอง เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา
9.ไม่มีข้อมูลชัดเจนในปัจจุบันว่า การก่อการร้ายของ BRN ในปัจจุบันมีส่วนเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนเทาในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันเถื่อน และยาเสพติด
10.การทำลายเป้าหมายหลายจุด และเป็น soft targets ที่ป้องกันยาก เป็นการทำลายเครดิตของรัฐบาลในการป้องกันพื้นที่
11.ส่งผลกระทบต่อเครดิตรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งในการดูแลความปลอดภัย
12.ชี้ชัดว่า การเจรจาในกรอบ JCPP (แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบองค์รวม) ฉบับปรับปรุงใหม่ ยังไม่มีสาระอะไร นอกจากเป็นละครการเมืองของ สมช.และคณะ รวมถึงการใช้งบค้างท่อเรื่องการเจรจาที่ไม่ถูกใช้ในช่วงที่ผ่านมา
13.การก่อเหตุในภาวะที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อส่งสัญญาณถึงการต่อต้านรัฐ และข่มขู่
14.เป็นการเขย่าขวัญวันเด็ก ตอบโต้การจัดงานที่มีการดึงเยาวชนของฝั่งรัฐไทยไปร่วมกิจกรรม
15. ส่งสัญญาณถึง “วาระครบรอบปล้นปืน” เพราะคาดเดาว่าจะมีการก่อเหตุในวันนั้นหรือไม่ (4 ม.ค.69 จากเหตุปล้นปืน 4 ม.ค.47) แต่มีการก่อเหตุในเวลาตามมา เพื่อบ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของ BRN
อ.สุรชาติ สรุปเป็นข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า ต้องติดตามว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรี จะตอบอะไรกับปัญหาภาคใต้ หรือจะปล่อยละครการเมืองชุดนี้เล่นไปอีกนานไหม เพราะปี 2570 จะมาด้วยการสับเปลี่ยนกำลังตามยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. จนถึงวันนี้ ยังไม่มีคำตอบในทางยุทธศาสตร์ใดๆ ให้กับรัฐและสังคมไทยเลย นอกจากรอฟังข่าวการก่อเหตุของ BRN ไปเรื่อย
ขณะเดียวกัน ปัญหาใต้หนักและซับซ้อนกว่าปัญหากัมพูชา และต้องตระหนักว่า ยุติได้ยากกว่าปัญหากัมพูชาด้วย เพราะเรากำลังเดินสู่ปีที่ 23 อย่างคาดไม่ถึงและไม่มีคำตอบอะไร นอกจากดูละครการเจรจาไปเรื่อยๆ และใช้สตางค์ไปเรื่อยๆ !!
