(3) ความเชื่อมโยงทางการเงินกับบัญชีม้า
• มีการพบการโอนเงินจากเว็บพนันไปยังบัญชีบางบัญชี ที่ต่อมาพบว่ามีความเชื่อมโยงกับตำรวจชั้นประทวน 3 นาย
• ทั้งสามนายถูกดำเนินคดีโดย ป.ป.ช. แล้ว
• แต่ไม่ใช่ตำรวจในชุด PCT4 ตามผลตรวจสอบ
ประเด็นที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อน
(1) ผู้ต้องหากลายเป็น “พยาน” บางช่วงเวลา
- น.ส.พิมพ์วิไล เคยถูกสอบปากคำหลายครั้ง
- เคยให้การรับสารภาพไว้บางส่วนขณะถูกจับกุม (มีวิดีโอบันทึก)
- แต่ในการชี้แจงต่อกรรมาธิการครั้งล่าสุด กลับมีการให้ข้อมูลแตกต่างไปจากเดิมในบางประเด็น
- จึงเกิดข้อสงสัยว่า มีการเตรียมบทหรือมีแรงจูงใจแฝงหรือไม่
(2) พฤติการณ์ถามนำต่อหน้าสื่อ
- มีการตั้งข้อสังเกตว่า การชี้แจงต่อกรรมาธิการมีลักษณะ “นำสืบ” และถามนำ ซึ่งเสี่ยงต่อการชี้นำผู้ให้ข้อมูล
- บางช่วงผู้ให้การตอบคลุมเครือเรื่องบุคคลว่า “จำไม่ได้/ไม่แน่ใจ”
- แต่กลับตอบชัดเจนผิดธรรมชาติในประเด็นที่พาดพิงเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
(3) ผู้ต้องหาปรากฏตัวออกสื่อ ทั้งที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
- กรณีนี้ผิดหลักสากลและไม่เคยเกิด
- ผู้ต้องหาควรต่อสู้ในศาล ไม่ใช่บนเวทีสาธารณะ
- อีกฝ่ายที่ถูกกล่าวหา เช่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ไม่สามารถนำสำนวน/หลักฐานออกมาชี้แจงได้ เพราะผิดกฎหมาย
- ก่อให้เกิด “ความไม่สมดุลของความเป็นธรรม”
4) ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม (ในเชิงหลักการ ไม่กล่าวหาบุคคล)
- กรรมาธิการควรเป็นเวทีตรวจสอบเชิงนโยบาย ไม่ใช่เวทีให้ผู้ต้องหากล่าวหาใครแบบลอย ๆ ต่อหน้ากล้อง
- หากเปิดโอกาสให้บุคคลหนึ่งกล่าวหาแบบไม่ต้องรับผิด วันหนึ่งถ้าใครบอกว่า “มีเงินผิดกฎหมายโอนไปให้ประธานกรรมาธิการ” แบบไม่มีหลักฐาน ต้องดำเนินการอย่างไร?
- การดึงคดีที่อยู่ระหว่างสอบสวนมาถกในเวทีการเมือง อาจถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
- การนำพยานที่ยังเป็นผู้ต้องหามาพูดในเวทีสาธารณะ มีความเสี่ยงทำลายคดีในชั้นศาลอย่างรุนแรง
5) สรุปสาระสำคัญแบบกลาง-เป็นธรรมทุกฝ่าย
- พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน เป็นผู้ต้องหาที่มีพยานหลักฐานทางการเงินเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ในพื้นที่สงขลา
- เคยให้การรับสารภาพในวันที่ถูกจับ มีหลักฐานวิดีโอ แต่ต่อมาให้การในลักษณะพาดพิงบุคคลอื่น
- ข้อกล่าวหาทั้งหมดต้องพิสูจน์ในศาลเท่านั้น
- กระบวนการชี้แจงของกรรมาธิการควรเป็นกลาง และไม่ควรกลายเป็นเวทีใช้เพื่อโจมตี
โดนหมด “บิ๊ก จ. - บิ๊ก ต.” ย้อนถามละเลยตำรวจเทาตรงไหน?
ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบช.ไซเบอร์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่เป็นธรรมกับองค์กรตำรวจ ซึ่งต้องไม่ลืมว่า ไม่ได้มีแต่ บิ๊ก ต.เต่า แต่มี บิ๊ก จ.จานด้วย ฉะนั้นไม่ว่าจะ บิ๊ก จ. หรือ บิ๊ก ต. ก็มีการดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว สำนวนทั้งสองฝั่ง ทั้งคดีบิ๊ก จ. และ บิ๊กต. ส่ง ป.ป.ช.หมดแล้ว ไม่ได้มีละเว้น
พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เปิดเผยสถิติการลงทัณฑ์วินัยตำรวจ 3 ปีย้อนหลัง ดังนี้
- โดนลงทัณฑ์กว่า 5,000 นาย
- ปลดออก ไล่ออก กว่า 900 นาย
- ยศต่ำสุด เป็นนักเรียนตำรวจ
- ยศสูงสุด คือ “พลตำรวจเอก”
**ฉะนั้นจึงไม่มีละเว้น
คำถามถึง "สาว พ. - รอง จ."
- สาว พ.ก็ถูกดำเนินคดีพนันออนไลน์ใช่หรือไม่
- นาย อ. คนสนิท สาว พ. ก็เป็นผู้ต้องหาคดีเดียวกันใช่หรือไม่
- นาย อ. คือคนที่ให้โอนเงินเข้าบัญชี ”นักการเมือง ส.“
- นาย อ.เป็นอะไรกับ ”รอง จ.“